ะนั้นสัญชาตญาณบอกเสินจื่ออี้ว่าสาเหตุนั้นอาจเกี่ยวข้องกับเธอ“พูดถึงเรื่องแปลก เสือร้ายที่บาดเจ็บและคลุ้มคลั่งเมื่อคืนนั้น ไม่รู้ว่ามันโผล่มาในป่าได้อย่างไร” เสี่ยวเย่พูดเหมือนพูดกับตัวเองแต่เสินจื่ออี้กลับได้ยินบางอย่างจากคำพูดนั้น“บาดเจ็บหรือ?” เธอขมวดคิ้วถาม “นั่นหมายความว่าก่อนที่พวกท่านจะพบเสือร้าย มันได้ทำร้ายคนไปแล้วหรือ?”เสี่ยวเย่พยักหน้าหนักแน่น“ใช่ ตอนที่พบมัน ตัวมันเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด แต่ข้าให้คนไปสืบแล้ว เมื่อคืนนี้นอกจากข้ากับรองแม่ทัพ ก็ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ”เสินจื่ออี้ใจเต้นแรง “ไม่ ยังมีอีกคนหนึ่ง”“เมื่อกี้เจ้าพูดอะไร?” เสี่ยวเย่ดูเหมือนจะไม่ได้ยินชัดเสินจื่ออี้กำชายแขนเสื้อแน่น นึกถึงเรื่องที่เยว่เมอเตือนเธอ เม้มริมฝีปากแล้วตอบว่าไม่มีอะไร จากนั้นก็บอกว่าตนมีธุระ แล้วรีบจากไปเดินไปได้สองก้าว เธอก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงหันกลับมาพูด“องค์ชายสี่ บ่าวอยู่ที่ตำหนักบูรพาสบายดี ท่านไม่ต้องเป็นห่วงหรือใส่ใจบ่าว”เธอไม่อยากทำร้ายหรือปฏิเสธความหวังดีของเสี่ยวเย่แต่เธอก็ไม่กล้าลืมพระราชโองการของฮ่องเต้ฉงหมิง!เสี่ยวเย่จะทำอย่างไรเป็นเรื่องของเขาแต่เธอ ไม่สามารถปล่อยให้ ‘ฝันร้าย’ เมื่อคืนกลายเป็นความจริงได้!เมื่อเสินจื่ออี้ไปสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ตำหนักเจาหมิง เธอจึงรู้ว่าเสี่ยวเสวียนฉีได้ลงจากเขากลับวังไปแล้วในช่วงเมื่อสักครู่พูดได้ว่าเป็นความบังเอิญ ช่วงเวลานั้นพอดีกับที่เธอ