“แขกที่กำ ลังจะมาคือท่านเหยียน รองเสนาบดีกรมแรงงานที่เพิ่งเลื่อนตำ แหน่ง รู้
อยู่ว่าคนไม่พอ ยังจะวิ่งออกไป เจ้าอยากทำ ให้ตำ หนักบูรพาเสียหน้าต่อหน้า ขุนนางหรือ!รีบไปปรนนิบัติเร็ว!”
ตระกูลเซินถูกยึดทรัพย์ แม้แต่ขุนนางที่เคยสนิทกับบิดาก็ยังไม่รอดพ้น บ้างถูก ลดตำ แหน่ง บ้างถูกลงโทษ มีเพียงท่านเหยียนคนนี้เท่านั้นที่ไม่ได้รับผลกระทบ แม้แต่น้อย ซ้ำ ยังได้รับการเลื่อนตำ แหน่งในช่วงนี้อีกด้วย
ดวงตาของเสินจื่ออี้วาววับ นึกถึงใบหน้าเย็นชาของเสี่ยวเสวียนฉีเมื่อครู่นี้ แต่แล้ว ก็ยื่นมือออกไปรับถาด
ในวังหยูฮวา
ขุนนางกลุ่มที่เพิ่งมาถึง กำ ลังประชุมกับเสี่ยวเสวียนฉี
ฮ่องเต้ฉงหมิงแห่งแคว้นเป่ยฉีมีสุขภาพไม่ดีมาตลอด เมื่อสองวันก่อนก็ล้มป่วย อีกครั้ง กิจการหลายอย่างจึงตกเป็นหน้าที่ของเสี่ยวเสวียนฉี
ไม่รู้ว่าพวกเขากำ ลังหารือเรื่องอะไร แต่ในทันทีที่เสินจื่ออี้เข้ามา ในตำ หนักก็เงียบ ลงอย่างเห็นได้ชัด
ไม่ใช่ว่าเธอเป็นสาเหตุให้เงียบ เธอยังมีความรู้ตัวในจุดนี้อยู่
เมื่อครู่ตอนที่เดินเข้ามา เธอได้ยินว่าพวกเขากำ ลังพูดถึงเรื่องภัยแล้งในมณฑลจิง โจว ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะรุนแรง จึงปรึกษาหารือกันไม่รู้จบ
โชคดีที่ไม่มีใครสนใจเธอ
รวมทั้งเสี่ยวเสวียนฉี