เสินจื่ออี้ก้าวเข้าไปด้วยท่าทางนอบน้อม ดวงตาที่ทอดลงมองเห็นท่านเหยียนใน ชุดขุนนางสีชมพูเข้มที่นั่งอยู่เป็นคนสุดท้าย เธอก้มตัวลงต่ำ กว่าเดิม เดินเข้าไปหา และวางชาตรงหน้าเขาก่อน
ท่านเหยียนมองชาเพียงแวบเดียว สีหน้าปกติ แต่ตอนยกถ้วยชา มือของเขากลับ ชะงักเล็กน้อย
เสินจื่ออี้เดินวางชาตามลำ ดับ หลังจากทำ เสร็จ ดวงตาของเธอวาบแวม ค่อยๆ ก้มตัวถอยหลัง ในขณะที่เธอคิดว่าเสี่ยวเสวียนฉีไม่ได้สังเกตเห็นเธอ เสียงหัวเราะเย็นชาก็ดังขึ้น“นี่ชาอะไร ไม่รู้หรือว่าข้าเปลี่ยนมาดื่มชาซงหลัวแล้ว?”
เสียงแตกดังเปรี้ยง!
น้ำ ชาถูกเสี่ยวเสวียนฉีปาใส่ แตกกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อยตรงหน้าเสินจื่ออี้!เศษกระเบื้องแตกเฉียดใบหน้าของเสินจื่ออี้ไป เกือบจะทำ ให้เธอเสียโฉมในทันที เธอทรุดตัวลงคุกเข่า
รู้อยู่แล้วว่าจะต้องถูกจับได้ เธอไม่เคยหวังว่าจะรอดพ้น ดังนั้นตอนนี้จึงไม่รู้สึก แปลกใจเลย หมอบลงกับพื้น“องค์รัชทายาทโปรดทรงสงบพระอารมณ์ บ่าวนั้น เซ่อซ่า ขอองค์รัชทายาทโปรดละเว้นชีวิตต่ำ ต้อยของบ่าวด้วยเพคะ“
ท่าทางการหมอบราบกับพื้นของเธอนั้นคล่องแคล่ว แม้กระทั่งท่าทางการวิงวอน อันต่ำ ต้อยก็เป็นไปโดยอัตโนมัติ
นี่ทำ ให้มู่จิ่งชูที่อยู่ข้างๆ อดมองเพิ่มอีกเป็นครั้งที่สองไม่ได้ แม้กระทั่งขุนนางเหล่านั้นก็อดเหลือบมองไม่ได้