เสี่ยวเสวียนฉีหัวเราะเยาะอย่างดุเดือด เชิดหน้าขึ้นอย่างเย็นชา“แค่ทาสต่ำ ต้อย คนหนึ่งเท่านั้น มันมีค่าพอให้คุณชายผู้ดีสนใจขนาดนี้หรือ?งานแต่งงานระหว่าง คุณชายผู้ดีกับคุณหนูกุ๋นจูแห่งสกุลหวังแห่งหนานฉวีก็อยู่ในแผนการแล้ว ท่าน น่าจะสนใจคนอื่นน้อยลงจะดีกว่า!”
ร่างของเสินจื่ออี้ที่คุกเข่าอยู่สั่นเล็กน้อย
เขา หมั้นหมายอีกแล้วหรือ
เธอค่อยๆ เงยหน้า มองไปทางมู่จิ่งชู
ภายใต้แสงอ่อนที่ลอดผ่านหน้าต่าง หลังจากที่มาอยู่ที่ตำ หนักบูรพามาหลายวัน ผ่านการทารุณมากมาย เป็นครั้งแรกที่เธอยิ้มอย่างอ่อนโยนเช่นนี้
รอยยิ้มนั้นเป็นการปล่อยวางอดีต เป็นการอวยพรให้คนตรงหน้า และเป็นการขอบคุณที่เขาเอ่ยปากเมื่อครู่
มู่จิ่งชูชะงักลมหายใจเล็กน้อย หญิงสาวที่เคยคอยตามรบกวนเขา ที่มักจะชอบยืน อยู่จุดสูง ประกาศความรักและความมุ่งมั่นต่อเขาอย่างเร่าร้อน กลับจะยิ้มอย่าง เรียบง่ายเช่นนี้ได้ด้วยหรือ
จนถึงขณะนี้ เขาถึงได้พบว่า รอยยิ้มของเธอ ที่แท้ก็ไม่ได้น่ารำ คาญอย่างที่จำ ได้“ลุกขึ้นเถอะ“
เสียงของเสี่ยวเสวียนฉีดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ได้เฉียบคมรุนแรงเหมือนเมื่อครู่ แต่หัวใจของเสินจื่ออี้กลับเจ็บปวดรวดร้าว
เธอรู้จักเขาดีเกินไป ความนุ่มนวลของเขา ไม่ใช่การยอมถอย แต่เป็นฝันร้ายที่ลึกกว่าเดิม