รงรถม้าเลี้ยวเข้าสู่ถนนฉีฝาน หลินถิงรีบสั่งให้หยุด แล้วก้าวลงไปตรวจดูร้านผ้าของตน ครั้นเห็นว่าประตูหน้าต่างยังปิดแน่นหนา หาได้บุบสลายจึงค่อยวางใจต้วนหลิงก็ตามลงไปติดๆ ส่วนหลี่จิงชิวนั่งอยู่ในรถม้า ไม่ได้ก้าวลงมา เพียงแต่แง้มม่านมองร้านอยู่เงียบๆเนิ่นนานมาแล้ว หลี่จิงชิวรู้ดีว่าหลินถิงเปิดร้านผ้า ครั้งนั้นหลินซานเย่ถึงกับลงโทษให้นางคุกเข่าในศาลบรรพชนเพราะเรื่องนี้ ทว่าตลอดมาหลี่จิงชิวก็เพียงแค่แอบแวะมองอยู่ไกลๆ ไม่เคยก้าวเข้าไปแม้ครึ่งก้าวหลินถิงหันไปถามมารดา “ท่านแม่… ท่านไม่อยากลงไปชมดูสักหน่อยหรือ?”หลี่จิงชิวทอดสายตามองร้านผ้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “ก็แค่ร้านผ้าแห่งหนึ่ง จะมีอะไรให้น่าดูนัก”ทว่าในใจนางกลับอดระลึกถึงวันวานที่ยังสาวอยู่ไม่ได้ ครั้งหนึ่งเคยตามบิดาออกค้าขายภายนอก แม้บิดาจะลำเอียงรักแต่บุตรชาย ทว่านางก็ยังได้สัมผัสสิ่งที่ตนรัก ครั้นออกเรือนแล้ว เหลือไว้เพียงเรื่องจุกจิกในห้องหับสตรีที่ทำให้อึดอัดใจความหลังผุดวาบขึ้นในใจ ดวงตานางพลันหม่นแสงลงหลินถิงฟังจากน้ำเสียงก็รู้ทันทีว่ามารดาอยากชม จึงควักกุญแจออกมาไขประตูร้าน ยิ้มพลางเอ่ยว่า “ท่านแม่…ลงมาดูกันสักหน่อยเถิด”หลี่จิงชิวสุดท้ายก็ไม่อาจขัดใจบุตรสาวได้ จึงก้าวลงจากรถม้า แล้วเดินเคียงข้างนางเข้าสู่ร้านผ้าร้านผ้าแห่งนั้นไม่อาจกล่าวได้ว่าใหญ่โตนัก แต่ก็ไม่เล็กจนดูแออัด หลี่จิงชิวเดินชมอยู่ครู่หนึ่ง พลันยกมือเปิดผ