รั้วแล้วโยนเข้ามา หากมิฉะนั้นเหตุใดมันจึงตกอยู่บนพื้นหาได้ผูกกับกิ่งไม้ต้าเสวี่ยหนีเดินไปยังโต๊ะยาวที่หลี่จิงชิวยืนอยู่ แต่กลับมิได้มองนาง หากจ้องเพียงกองผ้าสีสันสดใสหลากหลายเฉดตรงหน้า มือเลือกออกมาสามสี่พับ “เท่าใด?”หลินถิงจึงบอกราคา เขาสั่งให้คนติดตามหอบผ้าออกไป ส่วนตนยังคงอยู่ เอ่ยขึ้นเรียบๆ “ข้ามีเรื่องอยากพูดกับคุณหนูเจ็ดเพียงลำพัง จะสะดวกหรือไม่?”หลินถิงเผลอเหลียวหลังมองมารดาก่อนจึงเอ่ย “ได้เจ้าค่ะ”ครั้นออกมายืนหน้าร้านผ้า หิมะโปรยปรายฟุ้งตลบ ต้าเสวี่ยหนีเหยียดมือออกไปรองรับเกล็ดหิมะที่ร่วงหล่นลงมาหิมะขาวบริสุทธิ์ละลายในความอบอุ่นของฝ่ามือ กลายเป็นหยดน้ำซึมไหลตามร่องนิ้ว ไม่อาจกอบเก็บไว้ได้เขาเอ่ยเสียงแผ่วเบา “ข้ารู้… เจ้าสืบจนทราบมานานแล้ว ว่าข้าเคยรู้จักมารดาของเจ้า”หลินถิงพยักหน้ารับ “เจ้าค่ะ”เขากำมือช้าๆ พลางทอดมองหยดน้ำที่ไม่อาจกักเก็บ “ข้ามีเรื่องขอร้อง อย่าได้บอกนางเป็นอันขาด ว่าข้าก็คืออิ้งจือเหอ”“เหตุใดหรือ?” หลินถิงถามขึ้น แต่ก่อนนางมิได้เล่าเรื่องนี้แก่หลี่จิงชิวก็เพราะตอนนั้นเขายังอยู่ระหว่างก่อการกบฏ ไม่แน่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว นางเกรงว่าจะพลอยให้มารดาถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้อง ทว่าตอนนี้ทุกอย่างสิ้นสุดลงแล้ว หลินถิงเองก็เคยคิดอยากจะบอกต้าเสวี่ยหนียกมุมปากขึ้นเล็กน้อย คล้ายยิ้มแต่ไม่ใช่รอยยิ้ม “เพราะข้าอยากให้อิ้งจือเหอคนนั้น… ดำรงอยู่อย่างใสสะอาดในใจของนางตลอดไป”อิ