หลิงเข้าวังด้วย ไม่พ้นจากการเกลี้ยกล่อมว่าจะยอมเผยหนทางทำให้ยาเหรินกลับมาเป็นคนปกติได้ หากพวกเขาจงรักภักดี ช่วยองค์รัชทายาทปกป้องเมืองหลวง แต่หากไม่ เขาก็จะนำความลับนั้นฝังไปพร้อมกับตนทุกครั้งที่ต้วนหลิงกลับจากวัง หลินถิงย่อมต้องรีบเข้าไปเปิดแขนเสื้อเขาตรวจสอบให้แน่ใจ ว่าเขามิได้ฝืนตนเองกรีดเลือดถวายฮ่องเต้วันนี้ก็เช่นกัน ยามเขาก้าวเข้ามาในเรือน หลินถิงก็รี่เข้าหา มือรีบปลดสายรัดแขนป้องกันออกทันที เถาจูหาได้รู้ความจริงไม่ ครั้นเห็นหลินถิงร้อนรนรีบดึงเสื้อผ้าต้วนหลิงออก ก็สำคัญไปว่านางคิดจะกระทำการที่ไม่สมควรแก่หูตาเด็กๆ จึงรีบนำบ่าวไพร่อื่นๆ ถอยออกไปพลางปิดประตูให้เรียบร้อยหลินถิงตรวจดูเสร็จ จึงคลายใจลง ข้อมือของต้วนหลิงหาได้มีบาดแผลใหม่ไม่ มีเพียงร่องรอยที่เกิดจากนางเผลอบีบเค้นอยู่เนืองๆ รอยแดงที่ปรากฏในวันถัดไปย่อมแปรเปลี่ยนเป็นรอยช้ำเล็กใหญ่ กระจายไปทั่วผิวเนื้อ ราวกับเป็นผู้ถูกทารุณแต่ต้วนหลิงเพียงรูดแขนเสื้อลง ปราศจากคำเอื้อนเอ่ยใดๆ เขากลับชอบให้นางทิ้งร่องรอยไว้บนกาย ไม่ว่าตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ล้วนทำให้เขาพึงใจทั้งสิ้นหลินถิงเห็นว่าข้อมือเขาไร้บาดแผลใหม่ก็เลิกตรวจสอบไปเสีย จึงมิอาจเห็นรอยบีบที่เพิ่งจางๆ ปรากฏขึ้นมาในเวลาไม่นานนัก“คืนนี้เราไปกินข้าวที่เรือนท่านแม่เถิด ข้าจะถือโอกาสฉลองสิ่งหนึ่งด้วย”ต้วนหลิงปลดหมวกขุนนาง วางลงพร้อมถอดชุดขุนนางอันหนักอึ้งออก “ฉลองสิ่งใดเล่า”หลินถ