อสิ่งนี้ ข้าจะช่วยปล่อยให้เอง”เพียงให้ว่าวขึ้นสู่ฟ้า ที่เหลือก็แค่ควบคุมสายว่าวเท่านั้น มิได้ยากเย็นอันใด ต้วนหลิงขยับสายว่าวของนางเล็กน้อยว่าวบนท้องฟ้าก็เอนตัวลอยไปอีกทิศหนึ่งหลินถิงปล่อยว่าวที่เขาทำขึ้น พลางเหลือบตามองเขา เสียงเอ่ยมีแววภาคภูมิใจ “ท่านปล่อยไปเถิด หากตกลงมาข้าก็จะช่วยปล่อยมันขึ้นไปใหม่ แต่ก่อนข้ามักเล่นกับหลิงอวี่ ข้าจะเป็นคนปล่อยให้ก่อน แล้วค่อยส่งให้หลิงอวี่”ต้วนหลิงเพียงแย้มยิ้ม ไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำใด สารถีที่นั่งอยู่ข้างรถม้ามองสองหนุ่มสาวกำลังเล่นว่าว เขามีอายุราวห้าสิบกว่าปี รับใช้สกุลต้วนมาตั้งแต่ก่อนต้วนหลิงลืมตาดูโลก จึงนับว่าได้เห็นเขาเติบโตมากับตาเขายังจำได้ดีว่าเมื่อครั้งต้วนหลิงยังเยาว์ เคยปล่อยว่าวเพียงครั้งเดียว โดยไม่ต้องเรียนรู้ก็ทำได้ดี ว่าวโบยบินสูงเสียดฟ้า ทว่าปล่อยไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เขากลับดึงสายว่าวกลับมา หักปีกว่าวเสียจนไม่อาจโผบินได้อีกจนถึงบัดนี้สารถีก็ยังไม่เข้าใจ เหตุใดในเมื่อว่าวบินได้ดีและสูงไกล เด็กทั่วไปควรจะชื่นชอบ แต่ต้วนหลิงกลับมิได้ยินดีอันใดช่างเถิด เรื่องของเจ้านาย ไหนเลยจะเป็นสิ่งที่บ่าวอย่างเขาพึงก้าวก่ายได้ สารถีจึงลุกขึ้นจูงม้าไปให้กินหญ้า ตั้งใจว่าจะเว้นครึ่งชั่วยามจึงค่อยกลับมารับพวกเขาเข้าเมืองเบื้องบนท้องฟ้ามีว่าวสองตัวโบยบิน แรกเริ่มลอยห่างอย่างไร้จุดหมาย แต่ไม่นานก็โคจรมาบรรจบเคียงกัน หลินถิงปล่อยว่าวจนเมื่อย จึงเอนกาย