ลงนอนกับพื้น ชายกระโปรงสีส้มแผ่กระจายบนทุ่งหญ้า แสงสีสดใสเจิดจ้าแหวกความเย็นเฉียบแห่งฤดูหนาวออกไปต้วนหลิงก็นอนลงเคียงข้าง เพียงนางหันศีรษะมาก็จะเห็นเขาอยู่ตรงนั้น แต่หลินถิงกลับไม่หันไป เพียงยื่นมือออกไปข้างตัว ใช้นิ้วก้อยเกี่ยวปลายแขนเสื้อเขาไว้ วันนี้เขามิได้สวมปลอกแขนปิดข้อมือ นางสะกิดเบาๆ ก็เผยให้เห็นท่อนแขนที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นแสงตะวันในฤดูหนาวยังคงส่องกระทบ รอยแผลที่เคยเร้นอยู่ภายใต้แขนเสื้อตลอดเวลากลับถูกเปิดเผยต่อแสงอาทิตย์ ต้วนหลิงอดไม่ได้ที่จะหันมามองนางหลินถิงหรี่ตาเพ่งมองท้องฟ้า ล้วงห่อผลไม้แห้งออกมาจากอกเสื้อ หยิบขึ้นมาหลายชิ้น โดยรองด้วยผ้าเช็ดหน้าสะอาด แล้วยกเข้าปาก รสหวานหอมเอ่อล้นเต็มริมฝีปากทั้งสองอยู่กันที่นอกเมืองจนตะวันคล้อยลับไป จึงค่อยหวนกลับจวนสกุลต้วน ระหว่างทางรถม้ากลับถูกสตรีผู้หนึ่งขวางไว้ นางอ้างตนว่าเป็นนางกำนัลคนสนิทของฮองเฮาหลินถิงได้ยินคำว่า “ฮองเฮา” ก็รีบดึงม่านขึ้น “ฮองเฮานางส่งท่านมาหาข้าหรือ?”นางกำนัลเอ่ยเสียงสุภาพ “ฮูหยินรองแห่งสกุลต้วน ฮองเฮาได้ฝากฝังไว้เมื่อครั้งยังมีชีวิต ให้นำสิ่งหนึ่งมามอบแก่ท่าน”นางเลือกเวลาขวางรถม้าได้เหมาะเจาะนัก ตอนนั้นรถกำลังผ่านตรอกเปลี่ยว ผู้คนไม่ค่อยสัญจร ว่าพลาง นางก็นำสิ่งของหนึ่งส่งมอบออกมาหลินถิงมิได้รับของมาด้วยความวางใจ หากแต่ยังคงเพ่งพินิจอย่างระมัดระวัง “นี่คือสิ่งใดกัน?”หญิงสาวเอ่ยอย่างจริงใจ “ข้าเองก็มิ