ถามอย่างแปลกใจ “เจ้า…”หลินถิงไม่รอให้เขาพูดจบ ก็กล่าวตรงไปตรงมา “เจ้าเคยได้ยินเรื่องยาเหรินบ้างหรือไม่?”จินอันไจ้เลิกคิ้วเล็กน้อย แท้จริงเขายังมิรู้ว่าต้วนหลิงคือยาเหริน จึงตอบ “เคยได้ยินอยู่บ้าง” ว่ากันว่าราชวงศ์ก่อนลือกันว่าโลหิตยาเหรินสามารถกลั่นเป็นยาอายุยืนหลินถิงรีบถามต่อด้วยแววตากระวนกระวาย “เช่นนั้นท่านรู้หรือไม่ว่าจะทำให้ยาเหรินกลับเป็นสามัญชนได้อย่างไร?”จินอันไจ้ส่ายศีรษะเล็กน้อย “ข้าเองมิได้สืบลึกนัก แต่รู้จักผู้หนึ่งในยุทธภพ อาจพอมีความรู้เรื่องนี้ ข้าจะลองไปถามให้ก็ได้ เพียงแต่แม้เขาจะรู้เรื่องยาเหริน ก็ใช่ว่าจะมีหนทางแก้ไขแน่แท้”หลินถิงรับฟังแล้วพยักหน้า ดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ขอบคุณเจ้ามาก”คำขอบคุณประโยคนั้นของหลินถิง มิใช่เพียงขอบคุณที่จินอันไจ้รับปากจะช่วยสืบเรื่องยาเหรินเท่านั้น หากยังเป็นการขอบคุณที่เขาได้ทำสิ่งต่างๆ ให้แก่นางในยามที่นางตายไปแล้ว แม้แต่เรื่องเหลวไหลอย่างการขุดสุสาน เขาก็ยังยอมทำให้เพราะหลินถิงเกรงว่ายามตนฟื้นคืน อาจชักช้าไปก้าวหนึ่ง จึงมิอาจไม่เตรียมทางหนีทีไล่ไว้ล่วงหน้านางเคยคิดจะมอบเรื่องการขุดหลุมศพนี้ให้ต้วนหลิงเป็นผู้จัดการ ทว่าต้วนหลิงหาได้ล่วงรู้ว่านางจะฟื้นคืนชีพและในแผ่นดินต้าเหยียน การขุดสุสานถือเป็นการ “เฆี่ยนศพ” อันหยาบช้า หลินถิงกลัวว่าเขาแม้จะรับปาก แต่ก็ลงมือไม่ลงเมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันถึงชีวิตและความตาย นางมิกล้าเอาตัวเ