ข้าย่อมมาหาพวกเจ้าเอง”“ตกลง”หลินถิงจึงหันกาย เดินตามทางเดิมกลับสู่จวนต้วนยามค่ำคืนจวนต้วนเงียบสงัด ไร้สุ้มเสียงอันใด แสงจันทร์สาดลอดขอบหน้าต่างที่เปิดแง้ม ทาบลงบนเตียงอย่างเงียบงามต้วนหลิงที่เพิ่งข่มตาหลับได้ไม่นานกลับพลันลืมตาโพลงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว มือคว้าหาที่ข้างกาย ทว่าไร้เงาหลินถิงอยู่ตรงนั้น เขารีบพลิกกายลุกขึ้นจากเตียง เอ่ยเรียกชื่อนางกลับไม่ได้รับคำตอบใดหรือว่าวันนี้ที่นางฟื้นคืนขึ้นมา…ล้วนเป็นเพียงความฝัน?แววตาของต้วนหลิงพลันมืดหม่น หัวใจราวถูกเงามารกัดกิน สองมือกำขอบเตียงแน่นจนเล็บจิกเข้าลึกถึงเนื้อไม้เลือดสดไหลรินเปรอะเปื้อนเขาก้าวลงจากเตียงอย่างร้อนรน ตั้งใจจะออกไปตามหา ทว่าก่อนจะทันก้าวถึงประตู หลินถิงก็ผลักประตูเข้ามาเสียก่อน มือเรียวกุมโคมไฟไว้ เปลวเพลิงอันน้อยนิดพลันแต่งแต้มแสงอุ่นลงในความมืดมิดอย่างไม่ทันตั้งตัวภาพตรงหน้านั้นงดงามดุจความฝันยามราตรี…งามเกินกว่าจะเป็นจริงลมหนาวลอดผ่านร่องประตูแทรกเข้ามา แผ่วพริ้วชายกระโปรงของนาง และพัดผ่านปลายเท้าเปลือยของต้วนหลิง เขารีบลุกขึ้นอย่างเร่งร้อนจนแม้แต่รองเท้าก็มิทันสวมสายตาของเขาจับจ้องหลินถิงไม่วาง ดั่งผู้ติดพิษลุ่มหลง ทว่าใต้ความปรารถนาลึกล้ำยังซ่อนเงาของความหมกมุ่นหลินถิงเห็นท่าทีเช่นนั้นก็มิยากที่จะเดาออก กำลังจะวางโคมลงแล้วก้าวเข้าหา แต่ต้วนหลิงกลับก้าวปราดเข้ามาก่อนกอดรัดนางแน่นราวกับเชือกพิษที่ค่อยๆ พันรัดไปทั่วก