งจะเป็นคนหรือวิญญาณ เสียงสะอื้นปนร้องไห้ “เล่ออวิ๋น ข้าคิดถึงเจ้าจนน้ำตาแทบแห้งสิ้น”หลินถิงยกมืออีกข้างลูบเช็ดน้ำตาให้นาง แววตาเอ็นดูปนเจ็บปวด “อย่าร้องไปอีกเลย ร้องมาหลายวันแล้ว ระวังเถิด ดวงตาจะมืดบอด”แม้นางจะเอ่ยปลอบ แต่หยาดน้ำตาของหลินถิงก็ยังพรั่งพรูออกมาไม่หยุดต้วนซินหนิงกระพริบตา น้ำตาไหลเป็นสายเปียกชุ่มบ่าของหลินถิง ร้องไห้สะอึกสะอื้นเอ่ยชื่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า “เล่ออวิ๋น……เล่ออวิ๋น……” หากน้ำตานั้นสามารถเรียกให้นางคืนชีวิตได้ ต่อให้ดวงตาสูญสิ้นแสงก็มิเป็นไรจินอันไจ้ค่อยๆ เดินเข้ามา มองหลินถิงด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ กลืนน้ำลายฝืดคอ กว่าจะเปล่งเสียงได้ “หลินเล่ออวิ๋น……”หลินถิงหันสายตาแดงก่ำที่เอ่อด้วยน้ำตาไปมองเขาจินอันไจ้เองก็มิอาจหาคำมาบรรยายได้จริงๆ นางกลับมามีชีวิตอีกครั้ง? เขาลองบีบต้นแขนตนเอง รู้สึกถึงความเจ็บชัดเจน จึงเผยรอยยิ้มจางๆ ออกมา ความปรีดาที่ผุดพรายในใจนั้นมีมากกว่าความพิศวงต่อการคืนชีพเสียอีกหลินถิงพลันรู้สึกถึงสายตาของเฝิงฮูหยินที่ทอดมาทางนางนางจึงเอ่ยเรียกเบาๆ “ท่านแม่……”“เล่ออวิ๋น?” เฝิงฮูหยินผู้ผ่านโลกมาหลายสิบปี กลับเพิ่งประสบพบเรื่องที่เกินคาดเช่นนี้เป็นครั้งแรกนางเหลือบมองไปยังต้วนหลิงที่ยืนปกป้องอยู่เบื้องหน้า บัดนี้จึงสังเกตว่าที่เขาสวมมิใช่ชุดไว้ทุกข์ หากเป็นอาภรณ์สีชาดสดใส ไม่ต่างไปจากชุดแดงที่หลินถิงสวมอยู่……เขาคิดจะทำสิ่งใดกันแน่?สายตาเพียงกวาดผ่านโลงศพ