เจ้าบ่าวก่อนออกไปยังโรงพิธีศพเพื่อเฝ้าศพ ต้วนหลิงจัดปกคอชุดไว้ทุกข์ให้เรียบร้อย ปิดบังสีแดงภายในคืนนี้มีเพียงเขาผู้เดียวเฝ้าศพ หลี่จิงชิวอายุมากแล้ว มิอาจทนต่อการอดหลับหลายคืนติดได้ ส่วนต้วนซินหนิงก็ตั้งครรภ์ ไม่อาจทำหน้าที่นี้ได้ เฝิงฮูหยินกับท่านต้วนผู้เฒ่าตั้งใจจะมาอยู่เป็นเพื่อน แต่ต้วนหลิงกลับปฏิเสธเสียเองราตรีนั้นมืดสลัว ต้วนหลิงนั่งอยู่ในโรงพิธีศพ เผากระดาษเงินกระดาษทองจนหมดเป็นตั้ง ลมพัดโบกเข้ามา กวนเถ้าขี้เถ้าในกระถางจนฟุ้งกระจาย พลอยพัดให้เทียนหลายเล่มดับไปต้วนหลิงจึงเลื่อนกระถางไปข้างกาย ก่อนจะหยิบเทียนเล่มหนึ่งจุดไส้ให้ไฟลุกขึ้นใหม่ จากนั้นจึงค่อยๆ จุดเทียนที่ดับไปทีละเล่มจนสว่างดังเดิมเมื่อเปลวเทียนกลับมาเรืองรอง เขาก้าวไปยังโลงศพอีกครั้ง เอื้อมมือเข้าไปเลื่อนเครื่องประดับทองเงินไปด้านหนึ่งแล้วแทรกกายลงไปในโลง นอนเคียงข้างหลินถิง ให้ศีรษะนางหนุนอยู่บนแขนตนรุ่งเช้า เมื่อบ่าวไพร่มากวาดเก็บโรงพิธีศพ พลันเห็นต้วนหลิงก้าวออกมาจากโลงศพ ต่างเบิกตากว้าง หันมองหน้ากันอย่างตะลึงงันเมื่อคืนคุณชายรอง นอนกอดศพอยู่ทั้งคืน!จริงอยู่ว่าหลินถิงคือฮูหยินผู้ล่วงลับ แต่เมื่อสิ้นชีพแล้ว นางก็เหลือเพียงร่างไร้วิญญาณ ไม่ว่ามีฐานะใด ก็หาใช่ผู้มีลมหายใจ ผู้คนทั้งชีวิตมิเคยพบผู้ใดนอนกอดศพมาก่อนบ่าวไพร่ทั้งหลายมองต้วนหลิง ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยทักเสียงสั่นเครือ “คุณชายรอง…”ต้วนหลิงเพียงพยักหน้าเบาๆ ถือ