เป็นคำตอบ ราวกับไม่รู้สึกว่าสิ่งที่กระทำมีสิ่งใดผิดแปลก เขาเก็บเครื่องประดับใส่กลับเข้าไปในโลงดังเดิม แล้วออกไปตักน้ำล้างหน้าอย่างสงบข่าวนี้ลือสะพัดไปทั่วจวนในเวลาไม่นาน เฝิงฮูหยินถึงกับยังมิทันแตะมื้อเช้า ก็รีบร้อนมาที่โรงพิธีศพด้วยความกังวล“จื่ออวี่ เจ้าคืนก่อนคงเหนื่อยล้าเกินไปกระมัง?”“ยังทนได้ขอรับ” เขาตอบเพียงเรียบๆนางเหลือบตามองโลงศพ “บ่าวไพร่ลือว่าเจ้าลงไปนอนในโลง…หากเจ้าอ่อนเพลีย คืนต่อไปก็พักผ่อนเถิด แม่มาเฝ้าแทนก็ย่อมได้”ต้วนหลิงเพียงกล่าวว่า “มิใช่เพราะอ่อนเพลีย”เฝิงฮูหยินรีบซักถาม “ถ้าเช่นนั้น เหตุใดเจ้าจึงเข้าไปในโลง?”เขานั่งลงหน้ากระถางบูชา ขี้เถ้าที่บ่าวไพร่เพิ่งเก็บไปเมื่อครู่ยังทิ้งร่องรอยอยู่ “เพราะข้าอยากสัมผัสว่าที่แห่งนี้ ที่หลินถิงนอนตลอดหลายวัน มันเป็นเช่นไร มีสิ่งใดไม่ควรหรือ?”เฝิงฮูหยินสีหน้าหนักใจ “จื่ออวี่…คนตายแล้ว ย่อมไม่อาจฟื้นคืน”เขาเพียงหัวเราะต่ำ “ข้ารู้”***เพียงพริบตา วันทำพิธีเจ็ดวันหลังตายก็มาถึง เช้าวันนั้นจินอันไจ้มาส่งภาพอีกเช่นเคยหลังส่งภาพแล้ว เขาไม่ได้รีบออกจากจวนต้วนเหมือนเคย เพราะวันนี้คือวันฝังศพหลินถิง เขาจึงจำต้องอยู่ร่วมส่งนางสู่สุสานครั้งนี้ต้วนหลิงมิได้เปิดภาพดูทันที เขานั่งอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ฟังเสียงลมพัดผ่าน ริ้วผ้าแดงแห่งคำอธิษฐานไหวพลิ้วกว่าครึ่งชั่วยามจึงคลี่ภาพออกหลายวันมานี้ ภาพวาดที่ปรากฏขึ้นล้วนไร้เงาหลินถิง ทว่าวันนี้กลับแต