วามเสียใจแล้วแท้ๆ กลับถูกขับไล่ นับว่าตนได้ทำถึงที่สุดแล้วในใจเขากลับคิดถึงสิ่งอื่น หนังสือสัญญาที่ติดหนี้หลินถิงไว้ถึงสามพันตำลึงนั้น น่าจะไม่ต้องใช้คืนอีกต่อไปแล้วเมื่อเจ้าหนี้สิ้นลมไปแล้วหลี่จิงชิวหาได้ล่วงรู้ความคิดของเขา เพียงต้องการให้เขารีบไสหัวไปจากตรงนี้เท่านั้น “ยังไม่ไปอีกหรือ!”หลินซูยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตา ก่อนเอื้อมมือดึงหลินซานเย่ไว้ไม่ให้ก้าวรุกเข้าไป “ท่านพ่อ พวกเราไปเถิด ข้าว่าพี่เจ็ดหาได้ปรารถนาเห็นท่านเป็นเช่นนี้”แม้ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องมิได้แน่นแฟ้นนัก แต่หลินซูก็ยังจำได้ว่าครั้งหนึ่งหลินถิงเคยมีบุญคุณต่อตน ยามรู้ว่านางป่วยหนัก ตนเคยคิดอยากมาเยี่ยม ทว่าถูกอนุเสิ่นห้ามไว้เสียก่อนอนุเสิ่นเชื่อคำหมอดู เห็นว่าหลินถิงเป็นกาลกิณี อีกทั้งยังหวาดกลัวว่านางจะนำโรคภัยมาติดหลินซูจนกระทั่งหลินถิงสิ้นลม อนุเสิ่นจึงยอมให้หลินซูมาร่วมงานศพ ครั้นมาถึงจวนต้วนในวันนี้ หลินซูกลับยิ่งรู้สึกเสียใจที่มิได้มาพบพี่สาวเป็นครั้งสุดท้ายหลินซานเย่เหลือบตามองหลินซูด้วยแววตาไม่พอใจ ตวาดออกมาเสียงดังว่า “เจ้ากับพี่เจ็ดของเจ้าเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน พวกเนรคุณที่หันศอกออกนอกสกุล!”หลินซูสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ต้วนหลิงที่นั่งสงบอยู่ มิอาจทนได้อีก เขาเงยหน้าขึ้น สายตาคมกริบทอดมองหลินซานเย่เพียงครั้ง นับเป็นครั้งแรกที่ยอมมองเขาตรงๆหลี่จิงชิวแม้ไม่ชอบอนุเสิ่นและบุตรสาวของนางนัก แต่ยามเห็นหลินซ