หนื่อยเกินไป หลังออกจากวังยังต้องตามข้าไปที่หอหนังสือ” นางยังอยากให้เขาได้พักผ่อนด้วยซ้ำเขาเพียงยิ้มบาง “ไร้สิ่งใดน่าห่วง”เมื่อเห็นเขายืนยัน นางจึงไม่ค้าน “เช่นนั้น ข้าจะรอท่านกลับมา แล้วไปพร้อมกัน”ต้วนหลิงได้ยินดังนั้น จึงก้าวออกเดินทางเข้าวังหลินถิงมิรู้จะทำสิ่งใด จึงนั่งลงที่โต๊ะหนังสือ ลับหมึกด้วยตนเองแล้วเริ่มวาดรูปแก้เบื่อ วาดได้ครึ่งก็เผลอมองไปยังใบหน้าของต้วนหลิงที่อยู่บนกระดาษ พลันครุ่นคิดถึงบางสิ่ง จึงวางพู่กันแล้วหันไปทำกิจอื่นแทนกระทั่งตะวันลับฟ้า ล่วงสู่ยามสนธยา ต้วนหลิงจึงกลับถึงจวน ก้าวแรกที่ย่างเข้าสู่ลานก็เห็นหลินถิง นางเอนกายนั่งอยู่ริมหน้าต่าง แสงอาทิตย์อัสดงสาดย้อมแก้มเนียน และอาภรณ์พลิ้วสะบัดตามแรงลมจนกลายเป็นสีแดงระเรื่อหลินถิงเหลือบตาเห็นเขา จึงกระโดดลงจากหน้าต่างแล้วก้าวตรงเข้าหา ขณะเดียวกัน เขาเองก็ก้าวเข้ามาหานางนางยกมือเสยปอยผมที่ปลิวมาติดแก้ม เก็บกลับไปด้านหลัง ก่อนชี้ไปยังเรือน “เข้าไปเปลี่ยนชุดเถิด แล้วเราค่อยไปหอหนังสือ”เดินบนถนนหลวงในชุดองครักษ์เสื้อแพรสีชาดนั้นสะดุดตาเกินไป สวมอาภรณ์สามัญย่อมเหมาะสมกว่าต้วนหลิงเพียงเดินเฉียดผ่านนาง เข้าไปเปลี่ยนชุดในเรือน ไม่นานก็กลับออกมาในอาภรณ์เรียบง่าย แล้วเคียงข้างนางไปยังหอหนังสือหอหนังสือเงียบสงัด เมื่อผลักบานประตูเข้าไป เสียงกระดิ่งลมที่แขวนไว้ดังกังวาน ทำลายความเงียบลงชั่วขณะหลินถิงไม่แน่ใจว่า หลังจากจินอัน