ไจ้เลือกจะช่วยต้าเสวี่ยหนีแก้แค้นแล้ว เขาจะยังกลับมาที่ร้านหรือไม่ จึงลองร้องเรียกอยู่สองสามครั้ง แต่ก็ไร้เสียงตอบดูท่าเขาคงไปพำนักอยู่ยังสถานที่ที่ต้าเสวี่ยหนีจัดหาให้แล้ว มิได้หวนกลับมาอีก หอหนังสือที่ร่วมกันสร้างมากว่าหนึ่งปี เกรงว่าคงต้องเลิกกิจการไปโดยปริยาย เดิมทีหลินถิงคิดว่า เมื่อวิทยายุทธ์นางก้าวหน้าขึ้นเพราะการชี้แนะของต้วนหลิง การรับงานก็จะคล่องแคล่วขึ้น คาดไม่ถึงว่าคู่หูธุรกิจกลับหายลับสิ้นนางเดินลึกเข้าไปในร้าน ต้วนหลิงก็ตามเข้ามา ประตูถูกปิดลงอีกครั้ง เสียงกระดิ่งลมดังแผ่วตามมาหลินถิงหยิบไม้ขนนกขึ้นมาปัดกวาด พลางเอ่ยขึ้น “แท้จริงหอหนังสือแห่งนี้มิใช่ของข้าเพียงผู้เดียว จินอันไจ้ก็เป็นหุ้นส่วน เราเปิดหอหนังสือขายหนังสือบังหน้า แต่แท้จริงเขาเป็นผู้ติดต่อกับคนในยุทธภพ รับงานตามหาของ หาเด็กหาย หรือคุ้มกันผู้คน แต่ข้าสาบานได้ ร้านนี้ไม่เคยรับงานสังหารผู้ใดเลย”ต้วนหลิงมองนางปัดฝุ่นจนเลอะเทอะกว่าเดิม จึงเอ่ยเสียงเรียบ “ข้ารู้”หลินถิงหันขวับ “ท่านรู้อีกแล้ว?”ต้วนหลิงเอื้อมมือมาช้อนเอาไม้ขนนกออกจากมือนาง ป้องกันมิให้ฝุ่นเปื้อนอาภรณ์นางยิ่งไปกว่าเดิม “เมื่อใดที่ข้ารู้สึกอยากให้เจ้าอยู่เคียงข้างตลอดกาล เมื่อนั้นข้าก็ย่อมให้คนตรวจสอบทุกสิ่ง”แรกเริ่ม เขาสั่งองครักษ์เสื้อแพรไปสืบ แต่ไร้ผล จนท้ายที่สุดต้องยอมลงมือเองหลินถิงหัวเราะหึในใจ คิดว่าหากอยู่ในยุคปัจจุบัน ต้วนหลิงคงเหมาะจะเป