็นสายลับผู้ชำนาญการสอดส่องยิ่ง“แล้วมีสิ่งใดบ้าง ที่ท่านยังไม่รู้”เขาวางไม้ขนนกลง สายตาลึกซึ้งทอดมาที่นาง “เจ้า ข้ายังไม่รู้จักเจ้า”นางเลิกคิ้ว “ไม่รู้จักข้า? ท่านมิใช่รู้เรื่องราวทุกสิ่ง ทุกคนรอบกายข้าดีดุจวางไว้บนฝ่ามือหรือ แล้วเหตุใดกลับบอกว่าไม่รู้จักข้า”เขาจ้องนางแน่วนิ่ง “ใช่ ข้ารู้ทุกเรื่องรอบกายเจ้า แต่ตัวเจ้าเอง…กลับคาดเดาไม่ได้ เจ้าบางคราวกระทำการแปลกประหลาด ไร้กฎเกณฑ์ ยากจะหยั่งถึง ข้าทายไม่ออกเลยว่าขณะนี้เจ้าในใจคิดสิ่งใด”หางตาเขากระตุกขึ้นเล็กน้อย ดวงตาพร่างพราย “แต่ถึงอย่างไร…ขอเพียงเจ้ายอมอยู่เคียงข้าตลอดไป เท่านั้นก็มิสำคัญแล้ว”หลินถิงดึงมือเขาไว้ ทันใดนั้น ประตูหอหนังสือก็ถูกผลักเปิดออก นางหันไปมองโดยไม่ทันคิด ใบหน้าสวมหน้ากากอัปลักษณ์ของจินอันไจ้ก็ปรากฏแก่สายตา “จินอันไจ้? ข้านึกว่าเจ้าจะไม่กลับมาแล้วเสียอีก”ลมหนาวพัดกรูเข้ามาจากด้านนอก เขาอุ้มสุนัขตัวหนึ่งไว้ในแขน อีกมือผลักประตูปิดกันลม ดวงตาทอดมองทั้งสอง “หอหนังสือแห่งนี้มิใช่ของเจ้าผู้เดียว แต่เดิมข้าก็ออกเงินด้วย เหตุใดจะไม่กลับมา”สุนัขตัวนั้นถูกฝากเลี้ยงที่อื่นจนผอมซูบ เขาจึงปล่อยมันลงพื้น แล้วหยิบอาหารออกมาให้กิน หลินถิงยังคงจับมือของต้วนหลิง เดินเข้าไปหาจินอันไจ้ก่อนจะทรุดกายนั่งยอง ลูบขนสุนัขอย่างอ่อนโยน สุนัขอิดโรยนัก มิได้ขัดขืน ปล่อยให้นางลูบได้ตามใจ“เจ้ามิใช่ว่าจะไปช่วยใต้เท้าอิ้งแก้แค้นหรือ?”ต้วนหลิงย