ืนนิ่ง มองนางลูบสุนัขตรงหน้า“ข้ากลับมาที่หอหนังสือเกี่ยวอันใดกับการที่ข้าจะช่วยใต้เท้าอิ้งแก้แค้นเล่า” จินอันไจ้เหลือบมองมือที่ทั้งสองยังคงกุมกันอยู่ มุมปากกระตุกเล็กน้อย พลางบ่นพึมพำอยู่ในใจ หลังแต่งงานกันแล้ว เหตุใดผู้คนถึงชอบเกาะกุมกันเช่นนี้เขาหาเข้าใจไม่หลินถิงฉวยชิ้นเนื้อจากมือเขามาป้อนสุนัขเอง “เอาเถิด ข้าคงเข้าใจผิดไป”เขาเงยหน้าขึ้นถาม “แล้วเหตุใดเจ้าถึงมาที่หอหนังสือในวันนี้”นางกวาดสายตาไปรอบร้าน พลางตอบอย่างไม่ลังเล “ข้าเพียงอยากดูว่ามีผู้ใดลอบขโมยตำราของข้าหรือไม่ ตอนนี้เหมือนยังไม่มี…ไม่สิ ข้ายังมิได้ขึ้นไปดูข้างบน ต้องตรวจอีกที”จินอันไจ้ถึงกับเงียบงัน ตำราจะมีค่ามหาศาลเพียงใดกัน ถึงกับต้องรีบมาดูตั้งแต่วันที่สองที่กลับถึงเมืองหลวงหลินถิงกลับเอ่ยเสียงหนักแน่น “ของของข้า ต่อให้เพียงเหรียญเงินเดียวก็ห้ามผู้ใดแตะต้อง”เขาได้แต่กลอกตา ไม่รู้จะเอ่ยสิ่งใด หลินถิงหยิบตำราขึ้นเล่มหนึ่ง ใช้สันตำราตีใส่หน้ากากเขาอย่างจงใจ จากนั้นก็หันไปดึงแขนเสื้อต้วนหลิงเบาๆ “ข้ามีบางคำอยากบอกกับจินอันไจ้ ท่านไปรอข้าที่ชั้นบนก่อนดีหรือไม่”ต้วนหลิงเหลือบตามองคนทั้งสอง แต่ก็ไม่ถามสิ่งใด เพียงหมุนกายขึ้นไปยังชั้นบนตามคำขอจินอันไจ้ถูกตำราฟาดจนขอบสันเฉี่ยวเปลือกตา ยังอดขุ่นเคืองมิได้ “มีสิ่งใดกัน ถึงต้องทำลับๆ ล่อๆ เช่นนี้”หลินถิงรู้ดีว่าต้วนหลิงหูไวเป็นพิเศษ จึงฉุดเขาออกไปยังกำแพงลานด้านนอก ปล่อยให้เ