สียงลมหนาวอื้ออึงกลบทุกอย่าง ก่อนกดเสียงต่ำเอ่ยว่า “ข้ามีเรื่องอยากรบกวนให้เจ้าช่วยเหลือ”“รบกวน? อยู่ดีๆ เจ้าถึงกับใช้คำสุภาพเช่นนี้ ข้าล่ะขนลุกไปหมด” เขาพูดพลางในใจกลับยิ่งคลางแคลง ราวกับลางร้ายกำลังจะมา “เจ้าว่ามาเถิด”ครึ่งชั่วยามให้หลัง หลินถิงจึงขึ้นไปยังชั้นบนหาต้วนหลิง เขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ พลิกดูสมุดบันทึกการค้าของนางนางเดินเข้าไปใกล้ ก้มหน้ามองแล้วพลิกอีกสองสามหน้า ดวงตาส่องประกายแห่งความภาคภูมิใจ “นี่คือสมุดบัญชีงานที่หอหนังสือรับจากยุทธภพ ข้าเป็นผู้เขียนทั้งหมด เป็นอย่างไรบ้าง”ต้วนหลิงเงยหน้ามอง ยิ้มบาง เอ่ยช้าๆ “ชัดเจนแจ่มแจ้ง ดูแล้วเข้าใจได้ทันที”หลินถิงไม่ลืมที่จะกวาดตามองชั้นสองของหอหนังสืออีกครั้ง เห็นว่าตำราข้างบนยังอยู่ครบ มิได้ขาดหาย นางจึงเอ่ยเสียงเรียบ “ตำราข้างบนก็ไม่หายไปสักเล่ม เช่นนั้นพวกเรากลับกันเถิด”เดิมทีนางตั้งใจจะอยู่ปัดกวาดหอหนังสือสักหน่อยแล้วค่อยกลับ ทว่าเมื่อจินอันไจ้กลับมาแล้ว ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่เขาดูแลก็เพียงพอต้วนหลิงเก็บสมุดบัญชีวางกลับที่เดิม ก่อนจะลุกขึ้นก้าวลงบันได เบื้องล่าง จินอันไจ้กำลังง่วนอยู่กับการปัดกวาดฝุ่น หลินถิงเดินเข้าไปตบไหล่เขาเบาๆ พลางเอ่ย“พวกเรากลับก่อนนะ ขอบคุณที่ช่วยดูแลหอหนังสือ คราวหน้าข้าจะเลี้ยงสุราที่หอสุราสักมื้อ ถือเป็นการตอบแทน”เขาเพียงหัวเราะหึในลำคอ ถือเป็นคำตอบ หาได้เชื่อถ้อยคำนางไม่ นางนี่มันพญาไก่เงินตรา