เส้นกระดูกไหปลาร้าเรียบเนียน และแนวเอวกำยำเผยให้เห็นรางๆเขามิได้หลบเลี่ยง หลินถิงจึงเห็นทุกอิริยาบถในการเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย แม้คุ้นชินกับการได้เห็นและสัมผัสเขามาหลายครั้ง แต่ครานี้กลับรู้สึกร้อนผ่าว คอแห้งผาก จนต้องยกมือแตะจมูกตนเอง ก่อนจงใจเลื่อนสายตาขึ้นสบกับเขา“ท่านจะเข้าเฝ้าอยู่นานสักเท่าใด”เขาดึงสายผูกข้างกายรัดแน่น ก่อนคาดคืนสายรัดเอว “ไม่แน่ชัดนัก แต่จะกลับมาก่อนฟ้ามืด”หลินถิงว่างนัก จึงเดินทอดน่องไปหยิบหมวกขุนนางสีดำแล้วยื่นให้ต้วนหลิง ทว่าชายหนุ่มหาได้รับไว้ไม่ กลับโน้มกายลงเล็กน้อยหลินถิงเข้าใจความหมายทันที จึงยกมือสวมให้เขา เส้นผมที่มัดรวบถูกรวบเก็บไว้ใต้หมวก เผยเพียงโฉมหน้างามพิสุทธิ์เมื่อเขายืดกายตรงขึ้น ก็สูงกว่านางไปหนึ่งศีรษะเต็ม หมวกสีดำยิ่งขับให้โฉมหน้าราวหยกงาม สง่าดึงดูด ส่วนอาภรณ์แดงชาดเน้นให้เห็นเอวเพรียวและขายาวสง่าหลินถิงลอบมองอยู่หลายครั้ง ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “ยามบ่ายวันนี้ ข้าก็จะออกไปข้างนอกเช่นกัน แต่จะกลับมาก่อนฟ้ามืด”เขาถามกลับ “จะไปที่ใด”“หอหนังสือ” นางตอบพลางยกยิ้มบาง “โรงทอผ้ามีคนดูแลอยู่แล้ว ข้าไม่กังวลนัก แต่ตำราที่ซื้อมาแต่ละเล่มล้วนจ่ายด้วยทองคำแท้ หากมีผู้ลอบขโมยไป คงน่าเสียดาย”ต้วนหลิงกดสายตามองนาง “เจ้ารอให้ข้ากลับมา แล้วไปด้วยกันดีหรือไม่”หลินถิงมองเงาดำบางใต้ดวงตาเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนนิ่งคิดแล้วตอบ “ก็ใช่ว่าจะไม่ได้ เพียงแต่เกรงว่าท่านจะเ