ยังมิรู้อันใดเกี่ยวกับกำเนิดของจินอันไจ้ นางจึงชะงัก ละสายตาไปทางต้วนหลิง “เขา…”จินอันไจ้ย่อมมองออกว่านางกำลังลังเล คงเพราะมิได้ขออนุญาตเขามาก่อนจึงไม่กล้าเอ่ยต่อหน้าต้วนหลิง อย่างน้อยก็ยังมีเกรงใจอยู่บ้าง แต่บัดนี้เขามิคิดปิดบังอีกต่อไปเมื่อก่อนเขาเกรงว่าต้วนหลิงจะจับหลินถิงเข้าคุกหากรู้ความจริง แต่เวลานี้หาได้หวาดกลัวอีกแล้วเขาจึงเอ่ยออกมาอย่างตรงไปตรงมา “ข้าคือรัชทายาทแห่งราชวงศ์ก่อน”ต้วนหลิงมิได้แสดงความฉงน สีหน้ายังคงสงบ เอ่ยเพียงเบาๆ “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง”“เพียงเท่านี้หรือ?” หลินถิงถึงกับประหลาดใจ ปฏิกิริยาของเขานิ่งเกินไปนัก เมื่อครั้งนางทราบความจริง โลกทั้งใบแทบพลิกคว่ำเหนือศีรษะ…หรือบางทีอาจเป็นเพราะนางยังไม่ผ่านโลกมากพอก็เป็นได้ต้วนหลิงหัวเราะแผ่วเบา เอ่ยถาม “แล้วเจ้าคิดให้ข้าจัดการเช่นไรเล่า จับคุณชายจินไปขังในคุกหลวงเพื่อสอบสวนเข้มงวดหรือ?” หากเป็นเมื่อก่อน เขาอาจทำเช่นนั้นจริง ทว่าตอนนี้มิได้คิดจะทำอีกแล้ว ด้วยเขารู้ดี หากทำเช่นนั้น หลินถิงย่อมไม่พอใจไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใด การกระทำทั้งปวงของเขาล้วนขึ้นอยู่กับสุขทุกข์ของสตรีผู้นี้โดยไม่รู้ตัว สายตาต้วนหลิงจึงก้มต่ำลงหลินถิงลากเก้าอี้มานั่ง “นั่นหาใช่เหตุผล ข้าเชื่อว่าท่านย่อมไม่ทำเช่นนั้น”จากนั้นนางหันไปยังจินอันไจ้อีกครั้ง “เจ้ายังมิได้ตอบข้าเลย เหตุใดเจ้าตามหาผู้ตรวจการแห่งตงฉ่างกันแน่? หรือเปลี่ยนใจคิดก่อกบฏแล้วหรือ?