ะใช้แล้ว หลินถิงรีบวิ่งไปปิดประตูลงกลอน ก่อนหันกลับมาจ้องเครื่องแบบเสี่ยวเออร์ที่จินอันไจ้สวมอยู่ แล้วเอ่ยเย้าหยัน “ไม่ผิดจากที่ข้าคาด เจ้าคงมุ่งมาสังหารองค์รัชทายาทอีกกระมัง? ช่างเป็นแมลงสาบไม่ยอมตายเสียจริง”เขากลับจับใจอยู่ที่ถ้อยคำหลัง “แมลงสาบไม่ยอมตาย…คือสิ่งใด?”“ก็เป็นคำชมเจ้าอย่างหนึ่ง”จินอันไจ้เหลือบตามองนางคราหนึ่ง ก่อนเอ่ยออกมาตรงๆ “ครั้งนี้ข้ามิได้มุ่งสังหารรัชทายาท แต่เพื่อมาตามหาผู้ตรวจการแห่งตงฉ่าง…ต้าเสวี่ยหนี ไม่……บัดนี้ควรเรียกว่าอิ้งจือเหอ หรือว่าท่านใต้เท้าอิ้งต่างหาก”เมื่อเอ่ยนามอิ้งจือเหอ แววตาของเขาพลันซับซ้อนยากหยั่ง น้ำหนักแห่งบาดแผลเก่าแก่ตีตื้นขึ้นมา มิอาจเชื่อได้ว่าผู้ซึ่งตนเคารพนับถือ กลับกลายเป็นเช่นวันนี้หลินถิงกลับหัวเราะเบา ใบหน้าเปี่ยมความโล่งอก “ดีแล้ว เช่นนั้นข้าก็ยังไม่ต้องลำบากเก็บศพเจ้า”ครั้งอยู่ที่อันเฉิง นางเคยได้ข่าวคร่าวๆ ว่า ต้าเสวี่ยหนี อาจเป็นอดีตขุนนางใหญ่แห่งราชวงศ์ก่อน นาม อิ้งจือเหอจึงนำเรื่องนี้ไปบอกแก่จินอันไจ้ เพียงแต่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงเสี่ยงชีวิตตามมาถึงที่พักม้าเพื่อมาพบที่นี่ หากเพียงอยากรำลึกความหลังกับต้าเสวี่ยหนี รอให้กลับถึงเมืองหลวงแล้วค่อยพบก็ย่อมได้ ไยต้องเสี่ยงเข้ามาในเขตอำนาจของรัชทายาทผู้กุมอำนาจอยู่ตรงหน้าเล่า?“แล้วเจ้ามาหาผู้ตรวจการด้วยเหตุใด?” หลินถิงถามออกมา ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าต้วนหลิงยังอยู่เคียงข้าง และเขา