ต้องสิ้นไปแล้ว ย่อมไม่อาจหวนคืนต้วนหลิงฟังเงียบๆ ก่อนหยิบปิ่นอีกเล่มขึ้นปักเกล้ามวยผมที่สยาย “แท้จริง พวกเรามิได้คิดจะใช้เส้นทางนั้นตั้งแต่แรกแล้ว”“ใต้เท้าต้วน…หรือว่าท่านรู้มาก่อนว่าจะมีการซุ่มโจมตีบนเส้นทางกลับ?”ริมฝีปากเขาแย้มยิ้มบาง “หาใช่ไม่ เพียงแต่ระวังไว้ก่อน กระนั้นก็ยังต้องขอบคุณคุณชายจินที่สละเวลามาบอกกล่าว”“เช่นนั้นก็ดีแล้ว ข้าขอตัวไปก่อน” จินอันไจ้เองก็รู้ว่าตนถูกความห่วงใยบังตาจนใจสั่นคลอน แท้จริงกององครักษ์เสื้อแพรและตงฉ่างอยู่พร้อมหน้า ต่อให้เกิดเหตุไม่คาดฝัน พวกเขาย่อมมีกำลังพอรับมือได้อยู่แล้วหลินถิงเอ่ยเรียกเขาไว้ “จินอันไจ้ เจ้าบอกว่ารัชทายาทติดค้างชีวิตเจ้าอยู่หนึ่งครั้ง เรื่องนั้นคือ…”จินอันไจ้เข้าใจทันทีว่านางถามสิ่งใด “เขาคือผู้ที่ทำให้มารดาของข้าต้องสิ้นชีพ”ครั้งนั้นอิ้งจือเหอลอบช่วยเขากับพระมารดาหนีไปซูโจว ทั้งสองแม่ลูกเพียงหวังดำรงชีวิตเช่นคนธรรมดา ไม่ข้องเกี่ยวราชสำนักอีก ขอเพียงบั้นปลายชีวิตสงบสุข ทว่าโชคชะตากลับโหดร้าย พระมารดาล้มป่วยด้วยโรคร้ายใกล้สิ้นชีพเพื่อรักษานาง เขาฝ่าฟันหมื่นพันอันตรายจนได้ยาล้ำค่ามา ทว่าเคราะห์ร้ายพลัดตกผาระหว่างค้นหายา บาดเจ็บสาหัส เขาเกรงว่าหากกลับไปในสภาพนั้น มารดาจะยิ่งเป็นห่วง จึงฝากยาขนานนั้นให้ผู้ที่ไว้ใจส่งกลับไปก่อน ตนตั้งใจว่าพักฟื้นไม่กี่วันแล้วจะกลับไปใครจะคาดคิด… ครั้นหวนกลับเรือนเก่า กลับไม่พบมารดาที่หายป่วยนั่งร