ีพจรเหตุใดจึงแปรเปลี่ยนไปมาเช่นนี้เล่า? หมอชราเพิ่งพบเป็นครั้งแรก จึงมิกล้ากล่าวว่านางป่วยโรคอันไม่อาจรักษา เพียงบอกว่าร่างกายของหลินถิงเหมือนจะมีความผิดปกติอยู่บ้าง แนะนำให้ต้วนหลิงหาหมอท่านอื่นมาตรวจซ้ำและให้นางระวังอย่าถูกลม ควรพักผ่อนบำรุงกายให้ดีต้วนหลิงจึงสั่งให้เหล่าองครักษ์เสื้อแพรมาส่งตัวหมอชราออกไป ส่วนเขายังคงอยู่ในห้อง มองดูหลินถิงพลางเอ่ยเสียงเรียบ “เจ้าก่อนหน้านี้มิได้รู้สึกสิ่งใดผิดปกติเลยจริงหรือ?”หลินถิงค่อยๆ ลุกขึ้น ตอบเบาๆ “หาได้มีไม่”เขาก้าวนั่งลงที่ขอบเตียง มือยกขึ้นลูบผ้าห่มที่คลุมกายนางพลางเอ่ยมั่นคง “เช่นนั้นย่อมเป็นหมอที่ตรวจผิด”ปลายนิ้วเรียวของนางขยับแตะมือนั้นเบาๆ “หากมิใช่หมอตรวจผิดเล่า… ในใต้หล้านี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีโรคอันเกิดกะทันหันมิใช่หรือ?”ต้วนหลิงหยิบเตาอุ่นมือมายื่นใส่มือหลินถิงอย่างไม่ใส่ใจนัก “หมอตรวจผิดแล้ว”หลินถิงเพียงเงียบ “…”ครานั้นเป็นยามไห่ ฟ้าเวลากลางคืนมืดครึ้ม ต้วนหลิงเหลือบตามองไปทางหน้าต่าง ก่อนเอ่ยเสียงนุ่ม “เวลาดึกมากแล้ว ไว้พรุ่งนี้ค่อยหาหมอท่านอื่นมาตรวจให้แน่ใจอีกครั้ง” ราวกับเหตุการณ์ทั้งหมดหาได้กระทบอารมณ์ของเขา ยังคงสงบนิ่งดังเดิม“อืม”ถ้อยคำเพิ่งจบ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ต้วนหลิงเอ่ยถาม “ผู้ใด?”เสียงของต้วนซินหนิงดังลอดเข้ามา แฝงความเร่งร้อน “ท่านพี่รอง เล่ออวิ๋น เมื่อครู่จือหลานออกไปตักน้ำ เห็นหมอคนหนึ่งออกมาจากห้องพวกท่าน พ