างหาวเล็กน้อย พยายามบังคับตนให้ตื่นเต็มตา แล้วนั่งลงบนเก้าอี้เฝ้ารอหมอเข้ามาหมอผู้นั้นรู้ดีว่าต้วนหลิงคือองครักษ์เสื้อแพร ครั้นเข้ามาก็รีบทำความเคารพ แล้วจับชีพจรให้นางทันทีครานี้ชีพจรกลับปกติดีทุกประการ หมอลุกขึ้น เอ่ยเสียงนอบน้อม “เรียนใต้เท้า ฮูหยินหาได้มีโรคภัย ร่างกายมิได้เป็นอันตราย”หลินถิงพลันเข้าใจเจตนาของระบบเสียแล้ว ตั้งแต่นี้ไป ไม่ว่าหมอผู้ใดมาตรวจ ย่อมให้ผลแตกต่างกันไปเสมอแสดงถึงความประหลาดของโรคที่แปรเปลี่ยนไม่แน่นอน อนาคตหากมีผู้กล่าวว่านางเคยล้มป่วยก็จะมีหลักฐานยืนยันหากภายหลังถึงคราวสิ้นชีพแล้วกลับฟื้นคืนมา ก็สามารถโยงได้ว่าเป็นเพราะโรคประหลาดนี้ หาใช่ภูตผีปีศาจ นับจากนี้นางก็ยังสามารถดำเนินชีวิตเช่นปุถุชนทั่วไปได้เมื่อคิดกระจ่าง นางจึงลุกขึ้น ค้อมกายเบาๆ ต่อหน้าหมอ “ต้องขอบคุณท่านหมอ”“ฮูหยินเกรงใจแล้ว”ทว่าก่อนหมอจะจากไป ต้วนหลิงพลันเอ่ยขึ้น “เมื่อคืน นางเคยเป็นลมหมดสติไปครั้งหนึ่ง”หมอเหลือบมองใบหน้าของหลินถิงที่ยิ่งแดงระเรื่อสดใสกว่าคนทั่วไป เสียจนไม่อาจเข้าใจได้ ว่าเหตุใดเมื่อคืนจึงเป็นลม หากบอกว่าตนเป็นลมเสียเองยังน่าเชื่อถือกว่า จึงเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง “เช่นนั้น ข้าน้อยจะจ่ายยาบำรุงร่างกายไว้ให้ฮูหยินสักชุด ดีหรือไม่?”หลินถิงปฏิเสธจากใจจริง “ไม่จำเป็นหรอกเจ้าค่ะ ท่านหมอกล่าวเองมิใช่หรือ ว่าร่างกายข้ามิได้มีอันใดผิดปกติเช่นนั้นแล้วเหตุใดต้องดื่มยาให้ลำบากปาก ย