ที ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้น ดึงสติหลินถิงกลับมา นางจึงเอ่ยถามออกไปว่า“ผู้ใด?”“เป็นข้า”เพียงได้ยินเสียง นางก็จำได้ทันทีว่าเป็นเสียงของต้วนหลิง จึงรีบลุกไปเปิดประตู พลางเอ่ยถามว่า “ท่านมิใช่อยู่รอข้าที่เบื้องล่างหรือ เหตุใดจึงขึ้นมาที่นี่?”ต้วนหลิงปรายตามองเซี่ยจื่อม่อเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเหลือบสายตาไปยังถ้วยชาที่อยู่ในมือของเขา โดยมิได้เอ่ยสิ่งใดออกมาทว่าทันใดนั้น ฤทธิ์ยาก็เริ่มกำเริบขึ้นมา ถ้วยชาในมือเซี่ยจื่อม่อหลุดร่วงกระแทกพื้น แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆเสียงกังวานสะท้อนก้องไปทั่วห้องทว่าจินอันไจ้หาได้ก้าวไปพยุงไม่ เพราะเขากับเซี่ยจื่อม่อหาใช่สหายสนิท ที่อีกฝ่ายคอยติดตามปกปักรักษา ก็เพียงเพราะคำฝากฝังของเซี่ยชิงเหอเท่านั้น ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลและจุดหมายของตน มิได้ข้องเกี่ยวกันเกินจำเป็น อีกทั้งนิสัยของจินอันไจ้ก็มักเย็นชา ไม่ค่อยพูดจากับคนแปลกหน้า เว้นเสียแต่เป็นเรื่องสำคัญจริงๆอย่างไรก็ตาม จินอันไจ้ยังคงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เซี่ยซื่อจื่อ ท่านเป็นอะไรไป?”แม้เขาจะหมดเรี่ยวแรง ไม่อาจใช้กระบี่ได้ แต่ประสาทสัมผัสยังคงอยู่ครบถ้วน ทว่าในครั้งนี้ เขามิได้ทันสังเกตเลยว่าหลินถิงได้ลอบหยดยาลงไปในกาแล้วเซี่ยจื่อม่อเดินโซเซไปสองสามก้าว กุมหน้าท้องแน่น สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด “มีผู้ลอบใส่บางสิ่งลงไปในน้ำชา…”จินอันไจ้เลิกคิ้วเล็กน้อย “ก่อนท่านจะเข้ามา ทั้งข้าและหลินเล่ออวิ๋นต่า