มาให้ ข้ารู้สึกดีขึ้นมากนัก” เอ่ยได้ครึ่ง ก็พลันรู้สึกจิตใจหดหู่ นัยน์ตาแดงก่ำคล้ายจะร้องไห้นับแต่ตั้งครรภ์มา ร่างกายยิ่งอ่อนแอไม่สบาย ต้วนซินหนิงแรกเริ่มมั่นคงนักว่าต้องการเก็บเด็กคนนี้ไว้ ทว่าบัดนี้กลับเริ่มหวั่นหวาด กลายเป็นขัดแย้งในใจตนเองหลินถิงรู้ดีว่าหญิงตั้งครรภ์ย่อมมีอารมณ์แปรปรวน จึงรีบชวนคุยเรื่องอื่นเพื่อเบี่ยงเบนความคิด “วันนี้เซี่ยซื่อจื่อมาเยี่ยมเจ้าอีกหรือไม่?”ต้วนซินหนิงเพิ่งงีบไปไม่นานนัก ยังง่วงงุนอยู่ พอได้ยินคำถามก็เลิกคิ้วเล็กน้อย “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเขามาแล้ว?”หลินถิงหัวเราะเบาๆ พลางพยักพเยิดไปยังโต๊ะชา “ข้าเพิ่งเข้ามาก็เห็นถ้วยชาสองใบที่ใช้แล้วอยู่บนโต๊ะ เจ้าดื่มคนเดียวคงไม่ต้องใช้ถึงสองใบ ส่วนบ่าวไพร่ย่อมไม่กล้าแตะต้องถ้วยของนายเหนือหัว เช่นนั้นก็เหลือเพียงเขาเท่านั้น”ต้วนซินหนิงได้ฟังก็ยอมรับเบาๆ “เขาเพิ่งกลับไปไม่นาน”แท้จริงแล้วนางมิอยากเอ่ยถึงเซี่ยจื่อม่อต่อหน้าหลินถิง เพราะยังคงละอายต่อเหตุที่ตนเผลอใจอภัยเขาไปง่ายดายนัก นางกลัวสหายรักผู้นี้จะถือโทษโกรธ ไม่อยากพูดคุยด้วยอีกหลินถิงยื่นมือมานวดคลายกล้ามเนื้อขาให้นาง แล้วก้มศีรษะเอียงไหล่ให้นางช่วยนวดบ่าตอบ “เขามาหาเจ้าพูดสิ่งใดไว้บ้างหรือ?”ต้วนซินหนิงยกมือขึ้นมานวดบ่าให้นาง น้ำหนักเบายิ่ง “เขาบอกให้ข้าเชื่อใจเขา…ให้รอเขาอีกเพียงสองเดือน”หลินถิง “……”นางแทบจะอยากตะโกนด่าเซี่ยจื่อม่อให้ไปให้ไกล จะกี่ครั้งกี่