ม่มากนัก”เขายกผ้าเช็ดหน้าเช็ดเหงื่อบนหน้าผากให้นางด้วยความอ่อนโยน “ข้าคิดว่าเจ้าคงเบียดเสียดคนในร้านจนร้อนเหงื่อท่วมเสียอีก”หลินถิงรับห่อแป้งย่างงขึ้นมา แหงนหน้าสูงเพื่อให้เขาเช็ดเหงื่อถนัด “ร้านมิได้เปิดหน้าต่าง อากาศอึดอัด เลยร้อนอยู่บ้าง”ต้วนหลิงเก็บผ้าเช็ดหน้า สายตาเลื่อนมองยาที่นางถืออยู่ “นั่นหรือยาบำรุงครรภ์ของหลิงอวี่?”ยาบำรุงครรภ์นั้นห่อใหญ่นัก หลินถิงถือไว้ในมือ ส่วน “เหอฮวนเย่า” ห่อเล็กก็มัดซ่อนไว้ที่ชายกระโปรงอย่างแนบเนียน“ใช่แล้ว” นางเอ่ยตอบด้วยใบหน้าเรียบสงบ“ยังต้องซื้อสิ่งใดอีกหรือไม่?” ต้วนหลิงเอ่ยถามพลางมองนางหลินถิงจงใจไม่เหลือบไปยังที่ซ่อนยา กลบเกลื่อนด้วยน้ำเสียงปกติ “ไม่ต้องแล้ว รอให้หลิงอวี่กินผลไม้เปรี้ยวกับยาบำรุงครรภ์ที่ซื้อวันนี้ให้หมดก่อนเถิด”ครั้นกลับถึงจวน หลินถิงจึงส่งยาบำรุงครรภ์ให้สาวใช้ นางสั่งให้นำไปต้ม ส่วนตนเองก้าวไปยังห้องของต้วนซินหนิง เพื่อดูอาการของนางต้วนซินหนิงเพิ่งอาเจียนไปหนึ่งรอบ ใบหน้าอิดโรย นั่งเอนกายอยู่บนเก้าอี้พนักตัวยาว กำลังค่อยๆ กัดกินผลไม้เปรี้ยวอยู่ พอเห็นหลินถิงเข้ามา จึงฝืนทนเผยยิ้มบาง “เล่ออวิ๋น เจ้ากลับมาแล้วหรือ” นางย่อมรู้ดีว่าต้วนหลิงมักพาหลินถิงไปที่ศาลาว่าการหลินถิงนั่งลงตรงข้าม เอาผ้าห่มบางที่ร่วงถึงเอวมาคลุมให้นาง “วันนี้รู้สึกเป็นเช่นไรบ้าง”ต้วนซินหนิงเอนหัวมาซบไหล่นาง แววตาเจืออ่อนล้า “ได้กินผลไม้เปรี้ยวที่เจ้าซื้อ