้วนหลิงแลตามสายตานาง เห็นเป็นร้านขายยาก็เอ่ยถาม “เจ้ามองจ้องร้านยาอยู่ เหตุใดหรือ…ร่างกายไม่สบายหรือคิดจะซื้อยา?”หลินถิงหัวไวคิดกลบเกลื่อน “ซื้อยา”หากมิอาจเข้าไปซื้อยาเงียบๆ ได้ นางก็จำต้องหาเหตุผลที่ไร้ทางให้ใครจับผิดได้ขึ้นมาแทน ต้วนหลิงหันมาถามต่อ“จะซื้อยาอะไร?”หลินถิงตอบอย่างไม่ลังเล “ยาบำรุงครรภ์ให้หลิงอวี่ นางร่างกายอ่อนแอ ครั้นตั้งครรภ์แล้วผอมซูบยิ่งกว่าเดิมต้องได้ยาบำรุงไว้บ้าง”ต้วนหลิงเพียงครางรับในลำคอ มิได้มีข้อขัดแย้งใดๆ ที่นางจะห่วงใยสตรีมีครรภ์ในสกุลหลินถิงจึงชี้ไปยังแผงขายแป้งย่างเจ้าเล็กตรงหัวถนน “ข้าหิวแล้ว ท่านช่วยไปซื้อแป้งย่างให้ข้าสักสองสามชิ้นส่วนข้าจะเข้าไปซื้อยาจะได้ไม่เสียเวลา”ก้าวเท้าของต้วนหลิงชะงักเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็หันหลังเดินไปยังแผงแป้งย่างที่อยู่คนละทิศกับร้านขายยารอจนเขาเดินลับตา หลินถิงก็รีบวิ่งไปซื้อหมวกคลุมหน้าและเสื้อคลุมใหม่มาสวมปิดบัง จากนั้นก้าวเข้าสู่ร้านขายยา ซื้อยา “เหอฮวนเย่า” ออกมาอย่างระมัดระวัง ครั้นซื้อเสร็จนางก็ถอดหมวกคลุมหน้าและเสื้อคลุมนั้นทิ้งไป ก่อนวกกลับเข้าร้านอีกครั้ง คราวนี้จึงซื้อยาบำรุงครรภ์จริงๆนางแยกซื้อทั้งสองมิให้เป็นพิรุธ เพื่อความปลอดภัยยิ่งนัก เพียงชั่วอึดใจ เหงื่อก็ผุดขึ้นเต็มหน้าผากในอากาศเย็นเฉียบ นางยังมิทันได้เช็ด ก็เห็นต้วนหลิงหอบห่อแป้งย่างห่อกระดาษเดินกลับมาพอดี“คนในร้านยามากนักหรือ?” เขาถามขึ้น“ก็เรื่อยๆ ไ