เอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง “คุณหนูเจ็ดสกุลหลินไม่แตะต้องเลยหรือ เห็นทีคงจะระแวงว่าข้าลอบใส่ยาลงไปกระมัง?”หลินถิงสบตาเขาแล้วตอบหน้าตาย “ก็เพียงเพราะข้าไม่หิวเท่านั้น”ต้าเสวี่ยหนีมิได้เซ้าซี้ต่อ เพียงบอกว่าตนรู้สึกอ่อนเพลีย มิได้ส่งแขกด้วยตนเอง แล้วสั่งขันทีน้อยพาเขาทั้งสองออกไปทางประตูใหญ่แม้นหลินถิงจะระแวง ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะปล่อยให้พวกตนออกมาโดยง่าย แต่เมื่อก้าวพ้นเรือนออกมาสู่ถนนจริงๆนางจึงยอมเชื่อว่าเขามิได้มีเจตนากักขังเมื่อก้าวขึ้นถนนได้ นางก็อดสงสัยไม่ได้ หันไปถามเสียงกดต่ำ “ในห้องหนังสือ เขาพูดอะไรกับท่านกันแน่? เหตุใดถึงยอมปล่อยเราออกมาได้ง่ายดายเช่นนี้?”ต้วนหลิงเพียงเอียงหน้าเล็กน้อย ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ “เขาเอ่ยถึงเพียงราชการเท่านั้น”คำตอบยิ่งทำให้นางงุนงง เพราะแทบไม่เชื่อว่าจะเป็นเพียงเท่านั้นจริงๆ ต้าเสวี่ยหนีปกปิดเจตนาของตนไว้อย่างมิดชิด เหตุใดต้องรักษาฉากหน้าว่าจงรักภักดีต่อฮ่องเต้เจียเต๋อ ทั้งที่เขาคงรู้ดีว่าตนกับต้วนหลิงแอบลอบฟังมาบ้างแล้ว…หลินถิงจึงซักต่อ น้ำเสียงแฝงความข้องใจ “แล้ว…นอกจากราชการ เขามิได้กล่าวอะไรอย่างอื่นเลยหรือ?”“ก็เพียงกล่าวถึงราชการเท่านั้น”“เช่นนั้นหรือ…ก็ดีแล้ว อย่างน้อยเราสามารถออกมาได้โดยไม่ต้องเปลืองแรง”ถนนสายยาวผู้คนสัญจรขวักไขว่ เสียงเร่ขายของจากพ่อค้าหาบเร่ดังระงมไปทั่ว แต่หลินถิงกลับมิได้ยินสักแว่วจิตใจมัวแต่จับจ้องไปยังร้านขายยาเล็กๆ ริมทางต