างจึงต้องเสี่ยงอันตราย ยอมอยู่เคียงข้างเขาเช่นนี้?ต้าเสวี่ยหนีหลุบตา ปิดบานประตูลง เอื้อนเสียงเพียงสั้นๆ “ตามใจเจ้าเถิด”หลินถิงได้ยินเสียงประตูปิดดังปัง หันกลับไปมองแวบหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ย่องเข้าไปหมายจะก้มลงแนบหูฟังตรงรอยแง้มของบานประตู ทว่ามีองครักษ์ลับยืนเฝ้าอยู่ไม่ห่าง นางจึงทำได้เพียงหดตัวกลับมานั่งอย่างว่าง่ายไม่นานนัก ขันทีตัวน้อยก็นำถาดชาและขนมออกมาวางบนขั้นบันได เขายังรินชาร้อนกรุ่นยื่นส่งให้นางด้วยสองมือ “คุณหนูเจ็ดสกุลหลิน เชิญดื่มชาเถิดขอรับ”หลินถิงเพียงเหลือบมอง แล้วเอ่ยปฏิเสธเสียงเรียบ “ไม่ดื่ม”ขันทีน้อยวางชาลง พลางหยิบจานหยกที่วางขนมชิ้นเล็กงดงามขึ้นมาอวด “เช่นนั้น ท่านลองลิ้มชิมขนมดูหรือไม่?”นางค้ำคางเบื่อหน่าย มองเพียงดอกไม้ใบหญ้าในลาน หาได้เหลียวสนใจสิ่งที่อีกฝ่ายยื่นให้ “ข้าไม่หิว ขอบใจแล้วกัน”ขันทีได้ฟังดังนั้นก็ถอยออกไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งไว้เพียงชากับขนมตรงขั้นบันได ขนมแปดชิ้นขาวใสประดับกลีบดอกไม้ กลิ่นหอมลอยอวลชวนลิ้มรส แต่หลินถิงกลับเบือนหน้าหนี แม้กระทั่งผลักถาดให้ห่างออกไปด้วยซ้ำเวลาล่วงเลยไปจนชวนหงุดหงิด นางเหลียวตามองบานประตูห้องหนังสือที่ยังปิดสนิทอยู่ในที คิดจะลุกขึ้นไปเคาะถาม แต่แล้วบานประตูก็ถูกดึงเปิดออกเสียก่อนต้วนหลิงก้าวออกมาอย่างสงบนิ่ง ข้างหลังคือต้าเสวี่ยหนีที่เดินตามออกมาด้วย เขากวาดตามองชากับขนมที่ไม่มีใครแตะต้อง ก่อนจะหันสายตามาที่นาง เอื้อน