อไม่เล่า?”ในใจนางยังมิอาจเชื่อคำตนเองเสียด้วยซ้ำ ถึงแม้หลินถิงมั่นใจว่าต้วนหลิงสามารถพานางออกไปจากเงื้อมมือเหล่าองครักษ์ได้ แต่หากไม่จำเป็นก็มิอยากแตกหักตรงหน้าเละเทะ เพราะตามวิสัยเขาแล้ว คงฆ่าฟันกวาดล้างหมดสิ้นก่อนค่อยออกไปต้าเสวี่ยหนีหย่อนกายนั่งลงบนราวระเบียง รับเตาอุ่นจากขันทีน้อยมาไว้ในมือ แค่นยิ้มบางพลางจ้องนาง“หากว่าเพียงผ่านทาง เหตุใดจึงมิอยู่กำแพงนอก แต่กลับขึ้นหลังคาเรือนของข้า?”หลินถิงยืนออกมาข้างหน้าต้วนหลิง สีหน้าเคร่งขรึมเสมือนเอาจริงเอาจัง “เรื่องนี้หากเล่าก็ยืดยาวนัก”ต้าเสวี่ยหนีได้ฟังน้ำเสียง กลับเผลอแย้มริมฝีปากบางเล็กน้อย ครั้นรู้สึกตัวก็รีบเม้มสนิท เอ่ยเสียงเย็นชืด “เช่นนั้น…คุณหนูเจ็ดสกุลหลินก็กรุณาเล่าสั้นๆ เถิด”นางทำท่าปล่อยว่าวในอากาศอย่างอารมณ์ขัน แล้วกล่าวสั้นดุจปั้นแต่งสดๆ “ข้าออกไปเล่นว่าว แต่สายขาด ว่าวจึงปลิวตกลงบนหลังคาท่าน”ต้าเสวี่ยหนีเลิกคิ้ว “ช่างบังเอิญเสียจริง แล้วเจ้าทั้งสองก็เลยบังอาจขึ้นไปบนหลังคาเรือนข้า เพื่อหาว่าวกระนั้นรึ?”หลินถิงทำสีหน้าซื่อตรงประหนึ่งเด็กที่ทำผิดแล้วรับสารภาพ “ใช่ ข้าอาศัยที่ตนมีวิชาตัวเบา จึงเหลิงเกินกาล มิได้แจ้งแก่ท่านก่อน ข้าย่อมรู้ว่าการกระทำเช่นนี้มิชอบ ควรขออภัย”ต้าเสวี่ยหนีพยักหน้ายิ้มเย็น “แล้วเพื่อเก็บว่าว เจ้าจึงถึงขั้นรื้อกระเบื้องเคลือบแก้วออกด้วยรึ?”นางปฏิเสธทันควัน “มิใช่! กระเบื้องนั้นถูกคนยกออกอยู่ก่อนแล