้ว ข้าพบเข้าพอดีจึงเดินเข้าไป กำลังคิดจะวางมันคืนด้วยซ้ำ ขอท่านผู้ตรวจการอย่าได้เข้าใจผิด”เขาพิงกายอ้อยอิ่งกับเสาแดงข้างราวระเบียง เอ่ยพลางหัวเราะเย็น “ปากคมคายยิ่งนัก”หลินถิงทำหน้าตานอบน้อม “หามิได้ดอกเจ้าค่ะ ข้านี้พูดแต่ความจริง หาใช่ปากคม หากหวังเพียงท่านผู้ตรวจการจะพินิจโดยยุติธรรมเถิด”ต้าเสวี่ยหนีทอดสายตามองมือน้อยๆ ของหลินถิงที่ว่างเปล่า แล้วเหลือบไปยังมือของต้วนหลิง เอ่ยเสียงเรียบเฉยแต่แฝงด้วยแหลมคม“ว่าวล่ะ? มิใช่ว่าเจ้ามาเก็บว่าวดอกหรือ”หลินถิงกลับตีฝีปากตอบโต้ เสมือนหาหลักฐานกล่าวโทษอีกฝ่าย “เมื่อครู่ข้าเจอก็จริง แต่เบื้องหน้าท่านกลับขว้างมีดหมายเอาชีวิตเรา เบื้องหลังผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านยังโปรยห่าศรใส่ ข้าตกใจจนมือสั่น พลั้งเผลอทำว่าวหล่นหายไปที่ใดแล้วก็ไม่รู้”ต้าเสวี่ยหนีหัวเราะหยันเบาๆ “เช่นนั้น…กลับกลายเป็นความผิดของเรือนข้าเสียอย่างนั้นรึ”หลินถิงรีบโบกมือ ใบหน้าซื่อสัตย์ราวเด็กสารภาพผิด “มิใช่ดอกเจ้าค่ะ ทั้งหมดเป็นเพราะพวกเราบังอาจบุ่มบ่ามบุกรุกเข้ามาเอง สมควรแล้วที่จะต้องขออภัยท่านผู้ตรวจการ”ต้าเสวี่ยหนีเอนกายบิดลำคอเบาๆ ห้านิ้วซีดเผือดดุจเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก คล้ายจะหักพับลงทุกเมื่อ เอ่ยช้าๆ“ไม่ต้องอภัยแล้วล่ะ เจ้าทั้งสอง…ลงมาจากหลังคาเถิด ข้าพูดคุยกับพวกเจ้าด้วยท่าทางนี้ นี่กระไร คอแทบหักอยู่รอมร่อ”ลงไปหรือ? หากเขาคิดจะตลบหลังล้อมจับขึ้นมาเล่า จะทำเช่นไรดี! หลิ