นถิงพลันกำมือต้วนหลิง ก้าวถอยไปตามแนวกระเบื้องเคลือบแก้ว พูดปฏิเสธนิ่มนวล “พวกเราขอไปเสียเลยจะดีกว่า มิรบกวนท่านผู้ตรวจการอีก”ต้าเสวี่ยหนีย่อมรู้ดีว่านางคิดอะไร ขยับกายลุกขึ้นด้วยท่วงท่าสบายใจแต่คำพูดกลับเต็มไปด้วยแรงกดดัน “ค่อยยังชั่ว รอเสียก่อน ข้ามีราชการบางประการ จะขอปรึกษากับรองผู้บัญชาการต้วนสักหน่อย”หลินถิงรีบเอ่ยแทน “ท่านพรุ่งนี้ไปยังที่ว่าการก็ได้มิใช่หรือ จะกล่าวคุยกับเขาที่นั่นก็ย่อมทำได้”ต้าเสวี่ยหนีปรายตามองข้ามศีรษะนาง จับจ้องเพียงใบหน้าของต้วนหลิง ดวงตาโค้งดุจยิ้มแต่ไร้อารมณ์จริงใจ“เรื่องราชการนี้เร่งร้อนเกินจะรอถึงวันพรุ่งได้ ไหนๆ รองผู้บัญชาการต้วนก็มาถึงแล้ว จะอยู่ดื่มชาสักถ้วยจะเป็นไร”หลินถิงมิได้เอื้อนเอ่ย แต่ในเงามืดมือน้อยแอบกำยาสลบไว้แน่น คิดในใจว่าหากอีกฝ่ายกล้าบีบบังคับ นางจะโปรยยาลงทันทีแล้วพากันหนี แต่ในยามที่นางเหลือบตาส่งสัญญาณแก่ต้วนหลิง กลับได้ยินเขาตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“หากเป็นราชการเร่งด่วน เช่นนั้นก็สุดแล้วแต่ท่านผู้ตรวจการเถิด”หลินถิงกำข้อมือของต้วนหลิงแน่น ก้มหน้าพูดเสียงแผ่ว “เหตุใดท่านถึงตอบรับเขาเล่า?” ในใจนางยังมั่นใจว่าที่ต้าเสวี่ยหนีอ้างว่ามีเรื่องด่วน คงเป็นเพียงข้ออ้างเสียมากกว่าต้วนหลิงเหลือบตาลงมองผู้คนในลาน สีหน้าราวครุ่นคิด “ก็อยากฟังดู ว่าเขาจะกล่าวสิ่งใดกันแน่”สิ้นคำร่างสูงสง่ากระโดดลงไปยืนในลานกว้าง หลินถิงย่อมไม่ทิ้งเขาไว้เพี