คุกเข่าและทำร้ายตนเอง เพื่อแลกกับการอภัยจากนางเอก” ในตำรานิยายรักแนวโบราณอันเต็มไปด้วยความน้ำเน่าอย่างนั้นหรือ?ไม่ผิดเลย นี่แหละกลิ่นอายของพล็อตเก่าโบราณชนิดเลี่ยนเต็มทน หลินถิงรู้สึกเหมือนมีก้างขวางคอ อัดแน่นด้วยความอึดอัดที่มิอาจเปลี่ยนแปลงเส้นทางของเรื่องราวได้ต้วนซินหนิงเงยหน้ามองนางและต้วนหลิง น้ำเสียงสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้ “เล่ออวิ๋น…ท่านพี่รอง…”ต้วนหลิงชาชินกับโลหิตนัก จึงเรียกบ่าวเข้ามาช่วยพันแผลให้เซี่ยจื่อม่อ ชายหนุ่มที่คุกเข่าอยู่จึงได้ลุกขึ้น แต่สายตากลับมีเพียงต้วนซินหนิง มิได้แลไปทางผู้ใดอีกหลินถิงรีบดึงต้วนซินหนิงเข้าไปยังห้องใน หยิบขันน้ำมาช่วยล้างคราบเลือดบนมือให้นาง พลางเอ่ยถามเสียงเข้ม“เกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่?” นางพยายามกดข่มความรู้สึกเหมือน “ผักกาดของตนถูกหมูมาคุ้ยเขี่ย” และความรังเกียจต่อเซี่ยจื่อม่อเอาไว้ต้วนซินหนิงยังตื้นตันกับคำพูดของเขาเมื่อครู่ จึงตอบไม่ออก หลินถิงเริ่มเร่งเร้า “พูดมาเร็วเถิด” เพราะในห้องนี้มีเพียงพวกนาง ไม่ต้องกลัวมีผู้ใดลอบฟังท้ายที่สุดต้วนซินหนิงก็เล่าออกมา เหตุที่เซี่ยจื่อม่อมิกล้าสู่ขอ ก็เพราะเขาล่วงรู้ว่าท่านโหวซื่ออันได้ลอบติดต่อกับศัตรู เป็นกบฏต่อแผ่นดิน เขาในฐานะบุตร แม้พยายามทัดทานก็หาเป็นผล อีกทั้งยังมิอาจลงมือทำการใหญ่ตัดญาติขาดมิตร เพื่อตัดรากถอนโคนสกุลตนเองได้ จึงจำต้องเงียบงันมิให้ต้วนซินหนิงต้องเดือดร้อนเมื่อฟังมาถึงตรงนี้