ต้วนซินหนิงตกตะลึง มิอาจเชื่อว่าสกุลเซี่ยจะคิดกบฏต่อแผ่นดิน ความคิดสับสนพลุ่งพล่านทว่าก็ยังจำถ้อยคำหลินถิงที่เคยเตือนไว้ได้ ว่าอย่าได้ให้อภัยเขาง่ายนักใครจะคาดคิดว่าเซี่ยจื่อม่อกลับตรงเข้ามาจะกอดนาง ต้วนซินหนิงโมโหจนขาดสติ คว้ามีดเล็กที่วางอยู่ข้างถาดผลไม้ขึ้นมาขู่ให้เขาไปเสีย แต่ด้วยมืออันสั่นระริก นางกลับพลั้งพลาดบาดเขาเสียเอง ถึงกระนั้นเซี่ยจื่อม่อก็มิได้ถอยหนีกลับคุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาวเขาวิงวอนให้นางอภัยตน ยืนยันว่าตนมิได้มีใจลวงล่อ แท้จริงตั้งใจจะสู่ขอและแต่งงานกับนาง แต่ในเมื่อการกบฏเกิดขึ้นแล้ว หากหันหลังกลับย่อมมีแต่ความตาย สกุลเซี่ยได้หันหลังให้ฮ่องเต้เจี้ยเต๋อไปแล้ว หากยังคิดหันไปพึ่งอีกครั้งสกุลก็ต้องดับสูญสิ้นแน่ดังนั้นหากต้วนซินหนิงไม่คิดจะล้มครรภ์ ก็ขอให้นางรอเขา หากการกบฏสำเร็จ เขาจะจัดขบวนขันหมากยิ่งใหญ่แปดเกี้ยว มาสู่ขอนางอย่างสมเกียรติ แต่หากพ่ายแพ้ เขาก็จักไม่ลากนางให้ติดร่างแห จะขึ้นแท่นประหารเพียงลำพังเพื่อให้นางเชื่อมั่น เขาถึงกับเอาโลหิตตนเองเขียนสัญญาหมั้นยื่นให้นางเป็นประกัน ต้วนซินหนิงใจอ่อนเป็นทุนอยู่แล้ว เมื่อเห็นเลือดไหลนองเพราะตน ยิ่งตื่นตกใจจนลนลาน สุดท้ายจึงเผลอตอบตกลงแต่งงาน เพียงเพื่อให้เขายอมไปพันแผลเล่าเรื่องจบ นางก้มหน้าหลุบตา ไม่กล้ามองหลินถิง มือเผลอแตะท้องตน เอ่ยเสียงแผ่วราวเสียงยุง “เล่ออวิ๋น ข้ารู้ว่าข้าทำผิดนัก ไม่ควรให้อภัยเขาง่ายดายนัก