งมองเห็นสีหน้าของหลินถิงไม่เหมือนคนทั่วไป เมื่อครู่ก็สงบเกินไป หากเป็นผู้ใดอื่นคงตื่นตระหนกแล้วเมื่อได้ยินว่ามีคนใกล้ตัวลอบติดต่อกับศัตรู นางเองเมื่อแรกได้ฟังยังไม่กล้าเชื่อ คิดว่าเซี่ยจื่อม่อหลอกลวงหลินถิงยกถ้วยชามาดื่ม กลืนความขุ่นเคืองลงคอเสียก่อนจึงเอ่ยเสียงราบเรียบ “ข้าเองก็เพิ่งมาทราบที่เมืองอันเฉิงนี่เอง ว่าเซี่ยซื่อจื่อมีการติดต่อลับกับคุณชายห้าสกุลเซี่ย มิใช่รู้ก่อนหน้านี้นัก”“แล้วพี่รองของข้า……”หลินถิงรู้ว่านางหมายถามสิ่งใด จึงตอบไปตรงๆ “ต้วนหลิงหาได้คิดกราบทูลใต้หล้าเรื่องนี้ไม่”ต้วนซินหนิงตื่นตะลึงยิ่ง ใครๆ ล้วนรู้ว่าองครักษ์เสื้อแพรจงรักภักดีต่อฮ่องเต้ยิ่งกว่าขุนนางใดๆ “ท่านพี่รองเอ่ยเองหรือ?”หลินถิงระงับใจพลางเอ่ย “หากพี่รองเจ้าคิดรายงานต่อเบื้องบน ป่านนี้คงบอกไปแล้ว”ต้วนซินหนิงอึกอัก “แต่พี่รองก็เป็นองครักษ์เสื้อแพร เหตุใดจึงช่วยปิดบังแทนจื่อม่อเล่า……หรือว่าพี่รองก็คิด……” คำว่า “คิดกบฏ” แม้นึกถึงยังมิกล้าเอ่ยออกมา“หาไม่” หลินถิงเหลือบมองออกไปนอกห้อง เห็นบ่าวถอยออกไปพอดี จึงเอ่ยเสียงเรียบ “แผลของเซี่ยซื่อจื่อคงพันเสร็จแล้ว ข้าจะไปกับเจ้าพบเขาเถิด”ครั้นออกจากห้องใน เซี่ยจื่อม่อก็เงยหน้ามองทันที “หลิงอวี่”ทว่าต้วนซินหนิงกลับไม่แม้แต่เหลียวแล ชายหนุ่มก้าวขึ้นหมายคว้ามือนาง แต่ถูกหลินถิงขวางไว้เสียก่อน นางเหลือบตามองบาดแผลบนข้อมือเขาแล้วเอ่ยเสียงเย็น “เซี่ยซื่อจื่อคิดสิ่ง