ใดกันหรือ? ท่านคิดว่าต้วนซินหนิงเป็นสิ่งของที่เรียกมาแล้วให้ไปก็ไปได้ตามอำเภอใจหรือ?”เมื่อสหายหูเบา ใจอ่อน ขี้สงสาร หลินถิงก็จำต้องยืนหยัดแทนให้นางเซี่ยจื่อม่อสบตาต้วนซินหนิง แล้วก้มมองหน้าท้องราบเรียบของนาง ก่อนเอ่ยเสียงแผ่ว “ย่อมมิใช่ ข้าเพียงห่วงนาง”กำปั้นของหลินถิงกำแน่นจนข้อนิ้วลั่น กดกลั้นอารมณ์จนแทบพลิกตา “ห่วงหรือ? ข้าไม่เห็นสักนิด เพียงแค่คุกเข่ากับกรีดเลือด จะถือว่ายิ่งใหญ่แล้วหรือ?”เซี่ยจื่อม่อน้อมรับเสียงดุด่า “ข้าย่อมรู้ว่าทั้งหมดมิอาจชดเชยความเจ็บช้ำนางก่อนหน้านี้ได้ แต่จากนี้ไป ข้าจะชดใช้ให้นางทุกสิ่ง”หลินถิง : “……” ทำไมยิ่งฟังยิ่งอยากซัดเขาสักหมัด!ต้วนหลิงที่นั่งอยู่ข้างกาย เหลือบตาไปยังมีดเล่มเล็กที่ยังเปื้อนเลือดอยู่บนโต๊ะ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “เวลาก็ล่วงแล้ว เซี่ยซื่อจื่อควรกลับได้แล้วกระมัง”เป็นคำไล่แขกโดยแท้ เซี่ยจื่อม่อพอฟังออกว่าเป็นคำไล่แขก แต่เมื่อยามล่วงดึกก็จำต้องเอ่ยขึ้น “หลิงอวี่ พรุ่งนี้ข้าจะมาเยี่ยมเจ้าอีก เจ้าจงพักผ่อนให้ดี”ต้วนซินหนิงขี้อาย หลบไปซ่อนอยู่หลังหลินถิงไม่ยอมออกมา เซี่ยจื่อม่อจึงได้แต่ก้าวไปพลางหันกลับมามองพลางราวกับไม่อาจตัดใจได้ง่ายๆต้วนหลิงหันมามองน้องสาว น้ำเสียงเรียบขรึม “เจ้ามีครรภ์อยู่ในกาย อีกทั้งยังเดินทางมาหลายวัน ต้องพักผ่อนแต่เนิ่นๆ” ว่าแล้วจึงเรียกบ่าวคนสนิทเข้ามา “จื่อหลาน เจ้าพาคุณหนูสามไปพักผ่อนเถิด”จื่อหลานเข้ามาประคองเจ้า