จทั้งสองปะปนแนบชิด จมูกจรดกัน“หลินเล่ออวิ๋น…” เขาเอ่ยเรียกนามรองของนางหลินถิงชะงักไปเล็กน้อย รู้สึกเหมือนเขาเรียกเช่นนี้ต่อหน้านางเป็นครั้งแรก “มีอันใดหรือ?”เสียงพูดแผ่วพร่าพร้อมกับรอยจุมพิตซึมลึกตามแก้มนาง นิ้วมือเรียวยาวขยับแผ่วเบา “เจ้าบัดนี้…มีใจให้ผู้อื่นแล้วหรือไม่?”ลมหายใจหลินถิงระส่ำ “หาไม่ ท่านยังคงคิดว่าข้ามีใจต่อจินอันไจ้หรือ?”ครั้งก่อนเขาเคยถามว่านางจะมีวันรักใครอีกบ้างหรือไม่ บัดนี้กลับถามว่านางได้มีใจให้ใครแล้วหรือยัง หรือว่าในสายตาต้วนหลิง นางเป็นสตรีที่แต่งแล้วจักคบชู้เล่า?“มิใช่คุณชายจิน”มิใช่จินอันไจ้…เช่นนั้นหรือว่า เขาสงสัยเป็นเซี่ยชิงเหอ? ท้ายที่สุดแล้ว มารดาทั้งสองฝ่ายเคยเกือบจะจัดให้เขาและนางได้พบกันอยู่มิใช่หรือหลินถิงครุ่นคิดพลางเอ่ยเสียงแผ่วว่า “ข้าหาได้มีใจต่อคุณชายห้าสกุลเซี่ยไม่ การที่แม่ทัพใต้บังคับบัญชาของเขามาจับตัวข้าไป ก็เพียงเพื่อใช้ข้าเป็นเครื่องมือบีบคั้นให้จินอันไจ้เปิดเผยที่ซ่อนของสิ่งที่พวกเขาต้องการเท่านั้น ส่วนคุณชายห้าสกุลเซี่ย…หาได้มีใจชอบพอกับข้าไม่”ต้วนหลิงเอ่ยช้าๆ “มิใช่เซี่ยชิงเหอ”มิใช่เซี่ยชิงเหอ? แล้วในรอบกายของนางยังมีบุรุษใดอีกหรือ? หรือจะเป็นเซี่ยจื่อม่อ? หลินถิงรีบปัดความเป็นไปได้นี้ออกไปทันที นางย่อมรู้ว่าต้วนหลิงถามหาเพราะเหตุอื่น มิใช่เพราะบุรุษผู้นั้น นางจึงเอ่ยตอบอย่างจริงจังว่า“ข้ามิได้มีใจให้ผู้อื่น”“เจ้าตามข้ามาอันเฉิง ค