รานี้แท้จริงแล้ว…เป็นเพราะห่วงใยข้าใช่หรือไม่?” ต้วนหลิงเคยถามเช่นนี้คราหนึ่งแล้วเมื่อครั้งยังอยู่ในเมืองหลวง บัดนี้ยามราตรีก็เอ่ยถามซ้ำอีกครั้งหลินถิงมิอาจทนหลอกลวงเขาต่อไปได้อีก นางก้มหน้าลงเอ่ยเบาๆ ว่า “พูดตามตรง เหตุที่ข้าตามท่านมาอันเฉิง…หาใช่เพราะใครอื่น แต่เป็นเพราะตัวข้าเอง”“เพราะตัวเจ้าเองหรือ?”“ใช่แล้ว เป็นเพราะตัวข้าเอง” หลินถิงเอ่ย แต่สิ่งที่แท้จริงในใจ นางย่อมมิอาจเผยถึงระบบหรือภารกิจใดๆ ได้ จึงพูดได้เพียงเท่านี้ปลายนิ้วต้วนหลิงกดเบาๆ อยู่ ณ จุดนุ่มนวล สายตาเขาก้มต่ำมองนาง “มิใช่เพราะใครอื่นจริงหรือ?”หลินถิงเอนศีรษะชนแผ่วที่อกเขา แล้วแหงนหน้าขึ้นสูดลมหายใจ “แน่นอนมิใช่ ข้าย่อมห่วงความปลอดภัยของตนเหนือสิ่งอื่น จะเสี่ยงเพื่อตามใครมาได้เยี่ยงไร? อีกทั้งข้าจะมีใจเพื่อใครอีกเล่า?”คำพูดยังไม่ทันจบ ริมฝีปากที่เคยจุมพิตแก้มนางก็เลื่อนไปทาบทับที่กลีบปากอีกครั้ง เขายังคงพันผูกไม่ยอมปล่อยจูบนั้นทั้งเร่าร้อนและยืดยาวระหว่างที่ทั้งสองแนบชิดกัน หลินถิงกลับพลันเห็นสัตว์เลี้ยงสีชมพูที่ต้วนหลิงเลี้ยงไว้ มันกระโจนขึ้นมา ศีรษะพุ่งลงสู่ผืนน้ำอันอ่อนนุ่ม ร่างเล็กถูกสายน้ำกลืนเกือบมิด เหมือนจะจมน้ำตาย หากแต่มันกลับพุ่งชนไปทั่ว ทั้งหนักเบาไร้แบบแผน ราวกับถูกสัญชาตญาณครอบงำสายตาหญิงสาวไม่อาจละออกจากมันได้ เห็นครึ่งกายของมันถูกน้ำกลืน เหลือเพียงส่วนเล็กโผล่พ้นผิวน้ำ ถุงเล็กสองข้างแม้ไม่ตกลงไป