แต่ก็เปียกชุ่มด้วยสายน้ำที่กระเซ็นออกมา ถุงเล็กนั้นสั่นไหว ก่อนหยดน้ำจะร่วงหล่นลงไปอีกครั้งไม่รู้เหตุใด คืนนี้มันกลับมิใช่เช่นคืนก่อนอีกต่อไป ความเชื่องกลับสูญสิ้น เหลือเพียงความดุดันราวอสรพิษ อ่อนนุ่มเพียงเปลือกนอก แต่ยามเคลื่อนไหวกลับเฉียบคมและรุนแรงมิแพ้สัตว์ใด การโจมตีนั้นทั้งแม่นยำและหนักแน่น ไม่นานนัก มันก็พุ่งกระแทกสายน้ำให้สั่นสะท้าน วาดร่องรอยของตนทับซ้อนอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลินถิงรู้สึกว่าสัตว์เลี้ยงตัวนั้นเริ่มซุกซนเกินไป นางจึงยื่นมือหมายจะคว้ามันขึ้นมา ทว่าฝ่ามือกลับลื่นไถล มันพุ่งจมหายลงไปใต้ผืนน้ำ ลึกยิ่งกว่าก่อนหน้า นางเผลอร้องออกมาเสียงหนึ่ง คล้ายจะห้ามปราม หากแต่แฝงด้วยความตกใจมากกว่าความขุ่นเคืองสุดท้ายหลินถิงก็ไม่อยากใส่ใจ หรืออาจกล่าวได้ว่าใส่ใจไปก็ไร้ประโยชน์ ได้แต่ปล่อยให้มันเคลื่อนไหวอยู่ในน้ำเองเพียงแต่ยามมันกระแทกพล่าน น้ำกระเซ็นกระจายแรงนัก เปียกเลอะสิ่งอื่นรอบกายไปหมด***รุ่งขึ้นเพิ่งล่วงพ้นเวลาเที่ยงไม่นาน หลินถิงสะดุ้งตื่นด้วยเสียงเคาะประตู ผู้มาเยือนหาใช่ใครอื่น แต่เป็นเหล่าองครักษ์เสื้อแพรซึ่งมีธุระด่วนมาหาต้วนหลิง“ใต้เท้าขอรับ… คนที่ท่านส่งไปซูโจวกลับมาแล้ว”เมื่อได้ยินคำว่า “ซูโจว” ต้วนหลิงก็ละจากเตียงทันที แล้วสั่งให้เหล่าองครักษ์เสื้อแพรไปรอเขาที่เรือนข้างหลินถิงตื่นเต็มตาแล้ว มิอาจข่มตาหลับต่อ นางเบิกตากว้างมองเขาเห็นกำลังสวมอาภรณ์เกล้าผมอย่างสุขุมส