ใช่การพบปะใคร แต่เป็นการไปเซ่นไหว้บูชาเขามักขึ้นไปเผากระดาษไหว้บนยอดเขาแห่งหนึ่ง แต่รอบด้านกลับมิได้มีศพฝังอยู่แม้สักหลุม จึงไม่อาจรู้แน่ว่าเขากำลังเซ่นไหว้แก่ผู้ใด ร่องรอยใกล้จะขาดสิ้นแล้ว ทว่ายังมีสิ่งที่ทำให้สะดุดใจขึ้นมามีผู้เฒ่าชาวบ้านเคยเข้าใจผิด หยุดต้าเสวี่ยหนีที่เดินอยู่บนถนนในซูโจว ด้วยเข้าใจว่าเขาคือบุรุษที่หายสาบสูญไปนานนับสิบปี คนผู้นั้นนามว่า “อิ้งจือเหอ” ผู้เฒ่าถามเขาทันทีว่าเหตุใดในปีนั้นครอบครัวทั้งสกุลถึงได้หายไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อมองพินิจใกล้ๆ จึงเห็นว่าจริงๆ แล้วเป็นคนละคน รีบขอโทษที่เข้าใจผิดไป แต่สิ่งไม่ปกติคือ-ต้าเสวี่ยหนีกลับไม่โกรธ มิได้ลงโทษชายชราผู้นั้นเลย ทั้งที่ตามนิสัยดุร้ายและชอบใช้กำลังของเขา น่าจะโบยตีผู้นั้นจนปางตายตลอดมา ขันทีที่คอยปรนนิบัติใต้บังคับบัญชาของเขาต้องตายไปมากนัก ส่วนใหญ่ล้วนถูกเขาทุบตีจนสิ้นลม ต่อให้เป็นสามัญชนทั่วไป หากบังเอิญทำให้เขาขัดใจ ก็ไม่เคยรอดพ้นโทษทัณฑ์ไปได้ เช่นครั้งหนึ่งชายหนุ่มเผลอทำรองเท้าของเขาเปียก เพียงเท่านั้นก็ถูกเขาเล่นงานจนขาหักสองท่อน เช่นนี้แล้ว เหตุใดบุรุษผู้นี้ถึงได้เว้นโทษให้ชายชราอย่างน่าประหลาด?ต้วนหลิงจึงให้คนไปสืบเสาะเรื่องราวของอิ้งจือเหอในอดีต จึงพบว่าอายุของเขากับต้าเสวี่ยหนีใกล้เคียงกันอย่างน่าพิศวง และที่น่าสงสัยยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ในปีที่ครอบครัวอิ้งจือเหอหายสาบสูญไปทั้งสกุล … ต้าเสวี่ยหนีก็ปรากฏต