้กลายเป็น “ยาเหริน” อย่างแท้จริง ญาติพี่น้องเหล่านั้นก็ตายสิ้นไปแล้ว บ้างตายท่ามกลางพิษยาที่ร่างกายทนไม่ไหว บ้างตายเพราะทัณฑ์ทรมานอันแสนสาหัสมิอาจรักษาได้ กล่าวอีกอย่างหนึ่ง-คนสกุลอิ้งหาได้หายสาบสูญไปเฉยๆ ไม่ หากแต่ถูกฮ่องเต้เจียเต๋อจับกุมและสังหารต่างหากในยามนี้ ต้วนหลิงละเว้นไม่เล่าความจริงเรื่องยาเหรินแก่หลินถิง แต่เล่าถึงเรื่องอื่นแทน หลินถิงถึงกับตื่นตะลึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่อาจเชื่อได้ว่า“เช่นนั้นอิ้งจือเหอมีความเป็นไปได้ที่จะคือหัวหน้าตงฉ่างเอง? หรือไม่ก็อาจเป็นญาติผู้ใกล้ชิดของเขา?”“อืม” ต้วนหลิงเพียงพยักหน้าหลินถิงยังคงข้องใจ “แต่หากเขาเป็นอิ้งจือเหอจริง เหตุใดรูปโฉมจึงแตกต่างกันราวคนละคน? แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนโฉมหน้าไปบ้าง แต่ก็มิถึงขั้นพลิกผันได้ถึงเพียงนี้”ต้วนหลิงเองเคยฉุกคิดถึงข้อนี้มาก่อน และเขาก็ได้พบคำตอบ “ในยุทธภพมีวิชาหนึ่ง เรียกว่าเปลี่ยนหน้า เขาอาจใช้สิ่งนั้น”“เปลี่ยนหน้า?” หลินถิงเบิกตาโพลงต้วนหลิงพยักหน้า กล่าวเสียงเรียบ “วิชานี้โหดร้ายยิ่งนัก เมื่อเปลี่ยนใบหน้าแล้ว ร่างกายจะอ่อนแรง ไม่อาจยืนได้นาน หวาดกลัวต่อความหนาว และต้องทนทรมานทุกเมื่อเชื่อวัน อยู่ไปก็ประหนึ่งตายทั้งเป็น”เพราะการเปลี่ยนหน้านั้นเลวร้ายเกินมนุษย์ ทั้งต้องแล่หนัง เฉือนกระดูก แล้วยังต้องใช้พิษเหมียวกู่เข้าสู่ร่างกายความยากลำบากสูงล้ำ เพียงพลาดพลั้งเล็กน้อยก็สิ้นชีพได้ ด้วยเหตุนี้ จึงแทบไม่มีผู้