หอรู้แล้วว่าตนเกลี้ยกล่อมไม่สำเร็จ จึงเงียบเสียงไป ท่านลุงกุ้ยเปลี่ยนหัวข้อ “จริงสิ……คนที่ส่งแผนผังการวางทัพของกองทัพต้าเหยียนมาให้เจ้า เจ้าสืบได้หรือยังว่าเป็นใคร? เส้นทางลำเลียงเสบียงกองทัพต้าเหยียนข้าได้มาจากท่านโหวซื่ออัน แต่แผนผังทัพ……หาใช่เขา”เซี่ยชิงเหอส่ายหัว “ยังไม่ทราบ”“เพียงแต่เมื่อวานเขามีจดหมายมาว่ามาถึงเมืองอันเฉิงแล้ว และอยากพบข้า” เขาเองก็อยากรู้ว่าคนเช่นใดถึงหาญกล้าหยิบยื่นแผนผังลับของกองทัพต้าเหยียนให้ คงมิใช่คนธรรมดาแน่ ต้องอยู่ในตำแหน่งสูงในราชสำนักท่านลุงกุ้ยนิ่งไปนาน สุดท้ายสั่งกำชับ “ต้องระวังอุบายลวง”“ข้าจะระมัดระวังเป็นที่สุด”เมื่อท่านลุงกุ้ยจากไปไกลแล้ว เซี่ยชิงเหอจึงกลับเข้าไปในกระโจมของตนอีกครั้ง “คุณหนูเจ็ด”นางนั่งอยู่บนเตียง กำลังถักเปียแก้เบื่อ พอได้ยินเขาเข้ามาก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้น เพียงถักผมต่อพลางเอ่ยเสียงเรียบ“เหตุใดกลับมาอีกเล่า ไม่อาจเกลี้ยกล่อมแม่ทัพคนนั้นของท่านได้รึ”เซี่ยชิงเหอรับปากจริงจัง “วันพรุ่งนี้ ข้าจะให้เจ้าออกไปจากที่นี่โดยปลอดภัยแน่นอน”หลินถิงรวบเปียเสร็จแล้วสะบัดลงข้างลำตัว เงยหน้าขึ้นมองเขา “แล้วคุณชายจินเล่า หากข้าไปจากที่นี่ ใครจะดูแลเขา?”แต่เดิมที่นางฝากจินอันไจ้ไว้กับเซี่ยชิงเหอ ก็เพราะตนไม่อาจคอยอยู่ดูแล อีกทั้งยังเชื่อในน้ำใจของเขา ทว่าใครจะคาดคิดว่าภายใต้บังคับบัญชาของเขาจะมีแม่ทัพผู้ชอบทำตามอำเภอใจเช่นนี้เซี่ยชิงเหอเอ่ยตามจร