ิง “คุณชายจินบาดเจ็บสาหัส หากเคลื่อนไหวพร่ำเพรื่อ อาการจะทรุดหนักลงได้ ข้า……เซี่ยชิงเหอ กล้าสาบานต่อฟ้า เมื่อเขาหายดีแล้ว จะปล่อยเขาไปอย่างปลอดภัยเช่นกัน”นางพยักหน้ารับ “ท่านจงรักษาคำพูด หากทำให้เราต้องเสียใจภายหลัง ที่เคยยื่นมือช่วยเหลือท่านก็สิ้นกัน”สีหน้าเซี่ยชิงเหอแฝงความเศร้าสร้อย “ข้ามิอาจโกหกเจ้าได้ดอก”หลินถิงเอื้อมมือลงแตะเอวตนเอง “เมื่อคืน เมื่อท่านพบข้า……ที่กายของข้ามีถุงหอมอยู่หรือไม่?”ก่อนถูกทำร้ายจนสลบไป นางเหมือนจะเห็นถุงหอมตกหล่นกับพื้น แต่ก็ไม่แน่ใจนัก เซี่ยชิงเหอเอ่ยอย่างสับสน“ถุงหอมอันใดกัน ข้ามิได้เห็น มันสำคัญกับเจ้าถึงเพียงนั้นหรือ ข้าจะไปถามท่านลุงกุ้ยดูว่าเขาเคยพบหรือไม่”นางรีบเรียกห้ามไว้ “ไม่ต้องลำบากไปดอก น่าจะตกอยู่ในเรือนที่ข้าอาศัยเอง”***รุ่งสางตะวันเพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้า ต้วนหลิงจึงกลับมาถึงเรือน ก้าวแรกที่เหยียบย่างเข้าประตู เขาก็หยุดลงทันทีลานเรือนเงียบสงัด เยียบเย็นราวไร้ผู้คนแม้เพียงเงา บนแผ่นศิลาเขียวกลับมีถุงหอมหนึ่งซุกนิ่งอยู่ที่นั่นเขายืนนิ่งทอดมองเนิ่นนาน กว่าจะก้าวเข้าไปหยิบขึ้นมา กลิ่นหอมจันทน์แผ่วบางลอยออกมา ทว่ากลับปนเปด้วยกลิ่นเฉพาะกายของผู้ครอบครอง ราวกับสองสิ่งหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวต้วนหลิงกำถุงหอมแน่น ก่อนก้าวเข้าสู่ห้องด้านใน เพียงก้าวเดียวก็เห็นความอลหม่านทั่วห้อง ตะเกียงดับสิ้นเครื่องเรือนคว่ำกระจัดกระจาย กาน้ำชาพังเป็นเสี่ยง เศษกระเบื้อ