งเกลื่อนพื้นเหล่าองครักษ์เสื้อแพรที่ติดตามเขามาเห็นดังนั้น ก็เร่งออกค้นหาผู้คุ้มกันและบ่าวรับใช้ที่เฝ้าเรือน แต่สิ่งที่พบคือทุกคนต่างสลบและถูกมัดไว้กับเสาในห้อง เมื่อปลุกขึ้นมาได้ก็รีบซักถามว่าเมื่อคืนเกิดเหตุใดขึ้นบ่าวผู้หนึ่งพอรู้ว่า “คุณหนูเจ็ด” หายไปก็หน้าซีดเผือด ทรุดกายคุกเข่าเสียงสั่นสะท้าน“เมื่อคืน……มีชายชุดดำปิดหน้าเป็นหมู่ เข้ามาโดยไม่กล่าวคำใด เพียงโจมตีพวกบ่าวจนสิ้นสติ” คำพูดชัดเจนว่าพวกเขาเองก็ไม่รู้ว่าคุณหนูถูกจับไปต้วนหลิงคลายมือที่บีบถุงหอมแน่น ลูบคลายรอยยับ ก่อนผูกไว้ที่เอวตนเอง “พวกเจ้ามิได้ยินเสียงอันใดเลยหรือ?”บ่าวสั่นหัว “ไม่……ไม่เลยขอรับ”เขาหันไปยังองครักษ์เสื้อแพร หยิบดาบซิ่วชุนที่ตกไว้ขึ้นมา ค่อยๆ ชักออกจากฝัก นิ้วไล้ผ่านคมดาบเย็นเฉียบปลายเสียงยังแฝงรอยยิ้ม“แล้วพวกเจ้าเล่า ได้เห็นสิ่งใดบ้าง”องครักษ์เสื้อแพรแม้จะดีกว่าบ่าวไพร่ทั่วไป ยามนี้ก็ยังมั่นใจเล่ารายละเอียด ไม่เพียงสังเกตว่าคนเหล่านั้นมีรอยด้านที่มือราวผ่านศึกมานาน หากยังจำลักษณะอาวุธที่ใช้เมื่อคืนได้ต้วนหลิงยกดวงตาขึ้นมอง ใบหน้าอ่อนโยนกลับแฝงเค้าลางสังหาร “วาดลักษณะดาบที่พวกนั้นใช้มา”พวกเขารีบหยิบพู่กัน วาดทีละคนเพื่อความแม่นยำ เขารับแผ่นภาพมาพินิจ“ทุกคนใช้ดาบเช่นนี้หรือ?”ลักษณะมิใช่ดาบทหารทั่วไป หากคล้ายดาบธรรมดาที่หาซื้อได้ตามท้องตลาด เห็นชัดว่าเป็นการจงใจอำพรางตนพวกเขารีบพยักหน้า “ใช่ขอรับ ทุกคนถือ