เช่นนั้นหมด”ต้วนหลิงคืนแผ่นภาพให้ เอ่ยเรียบนิ่ง “ไปตรวจสอบร้านค้าที่จำหน่ายดาบในเมืองอันเฉิง ดูว่าร้านใดขายดาบเช่นนี้คราวเดียวสิบกว่าเล่มบ้าง”เพราะในแคว้นต้าเหยียน ผู้ซื้ออาวุธล้วนต้องขึ้นทะเบียน เหล่าองครักษ์เสื้อแพรรับคำทันใด พวกเขาเชี่ยวชาญในการทำงานอยู่แล้ว ไม่ถึงครึ่งวันก็สืบจนทั่วทั้งเมือง พร้อมนำสมุดรายชื่อผู้ซื้อกลับมาต้วนหลิงกวาดตามองรวดเดียวจนจบ ทว่าไม่มีใครซื้อทีเดียวมากถึงสิบเล่ม แน่นอนว่า คนชุดดำอาจแบ่งซื้อเพื่อมิให้สะดุดตา หรือมิฉะนั้น ก็อาจนำดาบเข้ามาจากนอกเมือง“นอกเมือง……”เขาแวบคิดถึงเซี่ยชิงเหอที่เคยปลอมเป็นสตรีในหอชมบุปผา ดวงตาวูบไหวปริศนา ก่อนพับสมุดลง แล้วสั่งให้เหล่าองครักษ์เสื้อแพรไปสอบถามทุกคนในบัญชีรายชื่อทีละคน ส่วนตนจะไปหาเซี่ยจื่อม่อด้วยตัวเองจวนแห่งนี้ตั้งอยู่ทิศตะวันออกของเมือง ส่วนเซี่ยจื่อม่อนั้นอยู่ฝั่งตะวันตก หากนั่งรถม้าต้องใช้เวลาครึ่งชั่วยาม แต่ต้วนหลิงกลับควบม้า ใช้เวลาเพียงหนึ่งเค่อก็ถึงเช้าวันนี้เซี่ยจื่อม่อเพิ่งได้รับจดหมายจากเซี่ยชิงเหอ แจ้งข่าวว่าหลินถิงถูกท่านลุงกุ้ยจับตัวไป เรื่องนี้ทำให้เขากังวลไม่หยุด ครั้นเห็นต้วนหลิงมาถึงหน้าประตู ใจแรกนึกอยากหลบเลี่ยง ทว่าอดกลั้นเอาไว้ได้ เอ่ยทักทายด้วยเสียงขรึม“ท่านต้วน เหตุใดถึงมาที่นี่?”เขาสงสัย เหตุใดจึงไร้ผู้คุ้มกันออกมารายงาน แต่คิดเพียงชั่ววูบก็กระจ่าง ต้วนหลิงเป็นผู้ใด หากไม่อยากให้ผู้ใดล่วงร