้าชอบผู้อื่น ข้า…”หลินถิงก็ดึงมือเขาลงเงียบๆ รอฟังประโยคต่อไป แต่เขาก็ไม่เอ่ยต่อ นางรอแล้วรอเล่า จนต้องถามอย่างใคร่รู้“ท่านคิดจะพูดอะไร เหตุใดจึงหยุดเสีย” นางอยากรู้จริงว่าเขาจะกล่าวสิ่งใดต้วนหลิงหลบเลี่ยง “ข้าเองก็ไม่รู้ว่าตนอยากพูดอะไร จึงไม่พูด”“ข้านึกว่าท่านจะขู่ข้าว่าจะฆ่าเสียหรืออย่างไร” หลินถิงคงอ่านนิยายรสเผ็ดร้อนมากไป สมองเลยชอบนึกฉากพิสดารขึ้นมาเขาหลุดหัวเราะ หลังจากนั้นจึงว่า “ในใจเจ้าข้ามิใช่เช่นนั้นดอกหรือ”หลินถิงเงียบ-นางแทบอยากถามว่าท่านยังจำได้หรือไม่ถึงผนังที่เต็มไปด้วยดวงตาหลังชั้นหนังสือ ตอนนั้นนางก็เคยหวั่นใจว่าเขาอาจควักลูกตานางออกมาเสียด้วยซ้ำต้วนหลิงวางจี้เทพเจ้าแห่งโชคลาภคืนลงบนลำคอนาง “ข้าจะไม่ฆ่าเจ้า”“เช่นนั้นท่านจะทำสิ่งใด”เขาหลับตาลง ขนตาทอดเงาบนแก้ม เสียงนุ่มนวลราวกระซิบ “ใครจะรู้ว่าภายภาคหน้าจะเกิดสิ่งใด เรื่องของวันหน้า ค่อยว่ากันในวันนั้นเถิด ดึกมากแล้ว เราควรพักผ่อน”ไม่นาน ลมหายใจของต้วนหลิงก็สม่ำเสมอ ไม่ไหวติง ราวกับเข้าสู่ห้วงนิทรา หลินถิงพลิกกายหันหลังให้***เช้าวันถัดมา ต้วนหลิงออกไปปฏิบัติภารกิจตั้งแต่เช้า หลินถิงจึงลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า ล้างหน้าแปรงฟันแล้วจึงนั่งลงรับประทานมื้อเช้า ขณะกิน นางนึกถึงความผิดปกติของต้วนหลิงเมื่อคืน ดูเหมือนเขาไม่อยากให้นางสัมผัสข้อมือของเขาความรู้สึกนี้นางเคยมีมาก่อน และเมื่อคืนกลับชัดเจนขึ้นยิ่งนักเหตุใดกันนะ? นาง