กัดหมั่นโถวคำหนึ่ง สายตาเลื่อนลอยไปยังสาวใช้ที่ยืนอยู่ด้านข้าง บนใบหน้าสาวใช้มีรอยข่วนลึกหลายแห่ง บางรอยถึงกับมีเลือดซึม“หน้าของเจ้าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น”“เรียนคุณหนู คืนก่อนบ่าวถูกรบกวนโดยแมลงมีพิษ ตื่นขึ้นมาก็รู้สึกคัน จึงเผลอเกาไปหลายครั้ง กลายเป็นเช่นนี้”หลินถิงกลืนหมั่นโถวลงตามด้วยน้ำถั่ว “อย่าเกาอีกเลย รีบนำยามาทา มิฉะนั้นอาจเป็นแผลเป็น” ไม่มีผู้ใดอยากมีรอยแผลบนร่างกายสาวใช้รับคำ “บ่าวจะจำไว้”นางใช้ผ้าเช็ดปาก “วันนี้ไม่ต้องรับใช้ข้า ลงไปหายามาทาเถิด”“เจ้าค่ะ”หลินถิงมองตามแผ่นหลังสาวใช้ที่กำลังออกไป แผลเป็นงั้นหรือ… นางเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมต้วนหลิงถึงไม่อยากให้นางแตะต้องข้อมือเขาหลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ หลินถิงก็ยกเหตุว่าจะออกไปเดินเล่นเป็นข้ออ้าง ออกจากจวนโดยมีองครักษ์เสื้อแพรตามมาไม่ห่าง นางเดินชมสองข้างทางพลางหยุดบ้างเป็นพักๆ จนกระทั่งเห็นอาคารสูงแห่งหนึ่งในเมืองอันเฉิงแขวนโคมแดงผืนใหญ่ เขียนตัว “จิน (金)” ไว้อย่างเด่นชัด จึงค่อยวางใจลงได้เมื่อคืน หลินถิงได้กำชัยเซี่ยชิงเหอไว้ว่า หลังจากพาจินอันไจ้ไปพักรักษาตัวแล้ว ให้แขวนโคมเช่นนี้บนยอดอาคารสูงที่สุดในเมือง เพื่อเป็นสัญญาณให้นางรู้ความเป็นไปของเขา โดยไม่ต้องพบหน้าและหลีกเลี่ยงการก่อเรื่องให้วุ่นวายหวังว่าจินอันไจ้จะพักรักษาตัวให้ดี บาดแผลเช่นนั้นอย่างน้อยสิบวันครึ่งเดือนจึงจะทุเลาด้วยเกรงว่าองครักษ์เสื้อแพรที่ติดตามมาจ